
โรคปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อน หลุดออกจากกัน (Spondylolisthesis) เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หากจะอธิบาย คงเริ่มจาก อวัยวะต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นหลังของคนเรา ก็เปรียบเหมือนส่วนต่างๆ ของเรือใบที่แล่นสู้แรงลม อยู่กลางท้องทะเล การที่หลังของคนเราตั้งตรงฝืนแรงโน้มถ่วงของโลกอยู่ได้ขณะที่เรามีการใช้งาน ก็เพราะมีกระดูกสันหลัง และกล้ามเนื้อที่แข็งแรง คอยประคองช่วยเหลือหลังอยู่ตลอดเวลา เปรียบไปก็เหมือน เสากระโดงเรือที่มีเชือกขึงตึงทั้งสองข้าง
แรงลมที่เรือใบต้องปะทะขณะที่เรือลอยอยู่กลางทะเล ก็เหมือนกับในชีวิตจริงที่หลังต้องใช้งานหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน แต่เรามักไม่ไม่รู้ตัว ว่าหลังของคนเราต้องทำงานหนักมากขนาดไหน ตั้งแต่ตื่นนอน จนกระทั่งเข้านอนอีกครั้งหนึ่ง
รู้จักกับ โรคปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อน หลุดออกจากกัน
กระดูกสันหลังส่วนเอวนั้นจะประกอบไปด้วยปล้องกระดูกเล็กๆ 5 ปล้อง เรียงติดต่อกัน แต่ละปล้องจะมีข้อต่อ และเอ็นที่ยึดติดกันอย่างแข็งแรง ทำให้เวลาคนเราเคลื่อนไหว ก้ม แอ่น หรือหมุนตัว กระดูกสันหลังแต่ละปล้องจะทำงานสอดคล้องกันได้อย่างดี ไม่หลุดออกจากกัน

สาเหตุ โรคปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อน
เเต่ก็มีภาวะบางอย่างในชีวิตของคนเรา ที่ทำให้กระดูกสันหลัง ค่อย ๆ เคลื่อนหลุดจากกันทีละเล็กละน้อย โดยที่เจ้าของหลังไม่รู้ตัว เช่น เกิดจากการเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์ของของกระดูกสันหลัง (Dyspastic Spondylolisthesis) หรือการขาดเลือดไปเลี้ยงที่เพียงพอ (Spondylolytic Spondylolisthesis) เมื่อคนเราเติบโตขึ้น ข้อต่อที่ยึดติดกัน จึงไม่แข็งแรง เมื่อเกิดการกระเทือนที่หลังบ่อย กระดูกจึงค่อยค่อยหลุดออกมา หรืออาจจะเป็นเพราะส่วนข้อต่อที่ยึดติด สร้างความมั่นคงให้กระดูกสันหลังมีการบุบ สลายไป เพราะ ความเสื่อม (Degenerative Spondylolisthesis) หรือถูกกระทบกระเทือน (Traumatic Spondylolisthesis) หรือเป็นเพราะกระดูกที่บางมากขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น (Pathologic Spondylolisthesis) และบางครั้งก็เกิดจากการผ่าตัดหลังครั้งก่อนที่ทำให้ กระดูกสันหลังเกิดความไม่มั่นคงตามมาอีกหลายปีต่อมา
เนื่องจากการที่กระดูกสันหลัง อยู่ใกล้กับเส้นประสาทที่ลงมาเลี้ยงขา การที่คนเรามีกระดูกสันหลังเคลื่อน จะมีผลต่อการไหลเวียนของเส้นเลือด ที่นำอาหารไปเลี้ยงเซลล์ประสาท การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการต่าง ๆ ตามมาครับ
อาการของโรคปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อน มีดังนี้

- เริ่มต้นที่อาการปวดแข็งเกร็งที่ต้นขาด้านหลัง (Hamstring Tightness) บางคนก็อาจจะมีอาการปวดร้าว ลงที่น่องได้ (Radicular Pain) คนที่มีกระดูกสันหลังเคลื่อนหลุดจากกันมากก็จะไม่สามารถก้มไปด้านหน้าได้ครับ เวลาเผลอนั่งนาน ๆ แล้วลุกขึ้น จะไม่สามารถก้าวขาเดินออกไปได้ทันที ต้องรอให้หลังยืดก่อนสักครู่ใหญ่จึงจะสามารถเดินออกไปได้ และถ้าสังเกตดี ๆ หลังจะมีรูปร่างที่แอ่น หรือบุ๋มลงไปมากกว่าปกติ (Hyperlordotic Curve)
- ถ้ากระดูกสันหลังเคลื่อนไปทับเส้นประสาทอยู่อยู่บริเวณนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ป่วยจะไม่สามารถเดินได้นาน ๆ เพราะน่องจะมีอาการชา ปวด และถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปโดยไม่เเก้ไข ก็อาจทำให้ เส้นประสาทเสียหายมากขึ้น จากการอักเสบ และขาดเลือดไปเลี้ยง กล้ามเนื้อของขาบางส่วนก็อาจจะลีบเล็กลง และมีอาการอ่อนแรง (Muscle Atrophy)
ในครั้งหน้า ผมจะกลับมาเล่าขั้นตอน การป้องกัน และแนวทางการรักษา ตลอดจนเทคนิคใหม่ ๆ ที่ใช้ในการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาของสภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเก่า หรือดีขึ้นกว่าเดิม






