
การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ กระดูกสันหลังเคลื่อน เป็นเรื่องยากครับ เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้มีการตรวจเช็ก X- ray ที่หลังเเล้ว ก็จะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า กระดูกหลังของคนไข้มีการเคลื่อนหลุดออกจากกันเเล้วหรือเปล่า ส่วนคนปกติทั่วไป จะต้องมีการ X- ray เพื่อเช็กกระดูกสันหลังทุกคนหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดครับ
วิธีการป้องกัน กระดูกสันหลังเคลื่อน
หลักการดูแลสุขภาพที่สำคัญ ก็คือ ถ้าคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรัง บ่อย ๆ นานเกิน สองสัปดาห์ขึ้นไป มีอาการปวดขา หรือน่องที่ใดที่หนึ่ง ซ้ำ ๆ อยู่ตลอด ไม่ค่อยย้ายข้าง ย้ายตำแหน่ง เช่น ปวดลงขาข้างขวา ก็มักจะปวดข้างขวาตลอด ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจวินิจฉัยครับ

ภาพเปรียบเทียบผู้ป่วยกระดูกสันหลังเคลื่อนก่อนและหลังผ่าตัด
หากตรวจพบว่า กระดูกสันหลังเคลื่อน ต้องทำอย่างไร ?
ในกรณีที่ท่านมีกระดูกสันหลังเคลื่อนก็ไม่ต้องตกใจนะครับ เพียงเเต่ท่านต้องรู้ให้ได้ว่า
- เป็นรุนเเรงมากน้อยระดับใด ?
- มีโอกาสเคลื่อนมากขึ้นอีกหรือไม่ ?
- และความสมบูรณ์แข็งแรงของกระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อหลังมีมากน้อยเพียงใด ?
- จะสามารถทนการใช้งานในชีวิตประจำวันของท่านได้นานอีกเท่าใด ?
– แพทย์ที่ตรวจอาการของกระดูกสันหลังเคลื่อน จำเป็นจะต้องตรวจตั้งแต่สมรรถภาพความแข็งแรงของกล้ามเนื้อประคองกระดูกสันหลังส่วนเอว (Paraspinal Muscle) ตรวจเช็กว่า มีการอักเสบเรื้อรังเป็นพังผืดเกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อหลัง และเอ็นกระดูกสันหลังหรือไม่ และ กี่ตำแหน่ง กล้ามเนื้อขามีอาการอ่อนแรง หรีอเส้นประสาทหลังถูกกระทบกระเทือน หรืออยู่ในภาวะเสื่อมถอยมากน้อยเพียงใด
– ข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อการรักษาที่ต่อเนื่อง และต่อการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน ท่านจะต้องระมัดระวังใช้หลังทำงาน ห้ามประมาท ไม่ก้ม ๆเงย ๆหลังบ่อย ๆ ห้ามยกของที่มีน้ำหนักมากเกินตัว อย่าปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ดูแลความแข็งแรงของกระดูกภายในร่างกายให้ดี เเละข้อสำคัญที่สุดก็คือ ต้องบริหารกล้ามเนื้อหลังอย่างถูกต้องเพื่อหลังให้เเข็งเเรงอยู่เสมอ ด้วยวิธี Active Training Muscle Exercise Type ซึ่งเป็นวิธีเดียว ที่สามารถฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่เสื่อมถอย ให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเก่าได้เร็วที่สุด การอธิบาย ในเรื่องการฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยการบริหารชนิดนี้ จำเป็นต้องมีเวลาเพื่อที่จะเล่าให้ฟัง อย่างละเอียดในโอกาสต่อไปครับ
– ถ้ากรณีที่กระดูกสันหลังของท่านเคลื่อนห่างออกจากกันไม่มาก ท่านก็ยังคงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ เเต่ถ้าท่านปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลร่างกายปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ปฎิบัติตามคำแนะนำข้างต้น อย่างเคร่งครัดกระดูกสันหลังของท่านก็เคลื่อนห่างจากกันมากขึ้นทุกปี และ โอกาสที่เส้นประสาทจะถูกกระดูกทับ ก็จะมีมากขึ้นซึ่งจะนำพาให้ท่านต้องรักษาด้วยวิธีสุดท้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการผ่าตัดครับ
– ก่อนการผ่าตัด ท่านจะต้องถูกประเมินความเสี่ยงของการผ่าตัด จากการตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์ทางด้านอายุรกรรม แพทย์ทางด้านหัวใจ หรือแพทย์ทางด้านโรคประจำตัวที่ท่านมีอยู่ และผ่านการประเมินสุดท้ายโดยวิสัญญีแพทย์
3 ขั้นตอน การผ่าตัดหลัง รักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน
การผ่าตัดหลัง ในการรักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน จะประกอบด้วย ขั้นตอนใหญ่ ๆ สามขั้นตอน ดังนี้ครับ
ขั้นตอนที่ 1 (Reduction and Fixation Step) การยึดตรึงกระดูกสันหลังปล้องที่มีปัญหาให้แข็งแรง มีความมั่นคง และการจัดตำแหน่งกระดูกสันหลังปล้องที่เคลื่อนหลุดออกจากกัน ให้กลับมาสู่ตำแหน่งปกติ โดยดามกระดูกสันหลังคู่ที่มีปัญหาด้วยโลหะชนิดพิเศษ (Medial Grade Metal) ปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จในการผ่าตัดขั้นตอนนี้ อยู่ที่ คุณภาพของเนื้อกระดูกสันหลังภายใน ว่ามีความหนาแน่นมากพอที่จะยึดตรึงด้วยโลหะได้หรือไม่ คนที่มีปัญหาในเรื่องของความหนาแน่นที่น้อยเกินไป มีภาวะกระดูกบาง หรือพรุน ก็จะหมดโอกาสในการทำขั้นตอนนี้ เพราะโลหะที่ยึดจะหลวมง่าย ต้องข้ามไป ทำเพียงขั้นตอนที่สอง และสามเท่านั้น
ขั้นตอนที่ 2 (Decompression Step) การทำให้เส้นประสาทสันหลังบริเวณที่กระดูกสันหลังเคลื่อน ไม่ให้ถูกกดทับจากเนื้อเยื่อ หรือ กระดูกส่วนเกินอีกต่อไป ขั้นตอนนี้ มีสำคัญมากนะครับ เพราะ ต้องเอาส่วนที่ทับเส้นประสาทออกให้หมด เพื่อเพิ่มโอกาสให้เส้นเลือดนำอาหารไปเลี้ยงเซลประสาทมากขึ้น เส้นประสาทที่เคยมีการอักเสบ เสื่อมถอยก็จะฟื้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ขั้นตอนนี้ จึงถือว่าเป็นขั้นตอนที่เน้นในเรื่องของฟื้นฟูเซลประสาทที่ซ่อนอยู่ในช่องของกระดูกสันหลังส่วนที่เคลื่อนออกจากกัน
ขั้นตอนที่ 3 (Fusion Step) การเชื่อมกระดูกสันหลังของปล้องที่มีปัญหาเข้าหากัน ด้วย bone Graft ที่นำมาจากกระดูกที่ทับเส้นประสาทในขั้นตอนที่ 2 หรือนำมาจากกระดูกเทียม (Synthetic Bone Graft) กระดูกชิ้นเล็ก ๆ ที่ถูกจัดวางอยู่ที่กระดูกสันหลัง ก็จะทำหน้าที่เหมือนกาวที่สมาน กระดูกสันหลังคู่ที่ปัญหา ในเรื่องของความหลวมไม่มั่นคง ให้เชื่อม ยึดติดกันอย่างธรรมชาติ และมีความแข็งแรงมากขึ้นกว่าเก่าหลายร้อยเท่า ขั้นตอนนี้ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกมากมายครับ เช่น จะเชื่อมตรงจุดไหนของกระดูกสันหลังดี จะเชื่อมกี่จุด กี่ด้าน แต่มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวเท่านั้น ก็คือ ต้องทำให้กระดูกสองปล้องที่หลวม ให้กลับมามั่นคงแข็งแรงมากกว่าเก่า เราจึงเรียกขั้นตอนนี้ว่า เป็นขั้นตอนของความมั่นคงของกระดูกสันหลังครับ

ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจะใช้เวลาในการนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงหลังผ่าตัด ประมาณ 2-3 วัน ก่อนที่จะค่อย ๆ ลุกนั่งพิงหลังบนเตียงพักฟื้น และหัดเดินในวันต่อมา โดยรวมจึงต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 5-8 วัน โดยระยะเวลาในการฟื้นตัวของเผู้ป่วยแต่ละท่านนั้นจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่นกับความสมบูรณ์แข็งแรงในผู้ป่วยแต่ละท่าน และความยาวนานในการเป็นโรคนี้ การหลอกตัวเองโดยฝืนการรักษาด้วยวิธีอื่นเป็นระยะเวลานานเกินไป ทั้งที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่าต้องผ่าตัด ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งครับที่พบได้บ่อย ที่ทำให้เซลประสาทฟื้นตัวช้าลง
การดูแลร่างกาย พักฟื้นหลังการผ่าตัดหลัง
บริหารแบบฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง หลังจากพักฟื้นจากการผ่าตัดได้ประมาณ 1 เดือน ท่านจะต้อง เริ่มต้นฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลัง โดยการบริหารแบบฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง (Active Training Muscle Exercise) อย่างจริงจัง และอยู่สม่ำเสมอ ห้ามละเลยหรือขี้เกียจ เพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงเต็มที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวันของแต่ละท่าน โปรดจำไว้ว่า การผ่าตัดเพียงอย่างเดียว ช่วยได้แค่เพียงกระดูกสันหลัง และเส้นประสาทเท่านั้น ไม่สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงได้
การฝึกกล้ามเนื้อหลังทุกวัน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ต้องอย่าลืมนะครับว่า ยังมีกระดูกสันหลังส่วนเอวที่เหลืออีกหลายปล้อง ที่ยังไม่ได้ถูกผ่าตัด ถ้าปล่อยกล้ามเนื้อหลังอ่อนแอมากกว่างานประจำวันไปเรื่อย ๆ กระดูกสันหลังปล้องที่เหลือก็อาจจะมีปัญหาเกิดการเคลื่อนหลุด หรือเอียงหลุดจากกันอีกก็ได้ครับ
หลังจากที่กระดูกสันหลังเชื่อมกันอย่างมั่นคงแข็งแรงแล้ว เซลประสาทฟื้นตัวแล้ว กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงเหมือนคนปกติแล้ว การใช้งานหลังก็จะทำได้ดีขึ้นกว่าเก่ามาก สามารถ เดินได้ไกลขึ้น ยืนได้นานขึ้นโดยไม่มีอาการปวดน่องหรือปวดหลัง บางคนก็สามารถกลับไปเล่นกีฬาที่ตัวเองชื่นชอบได้อีกครั้งหนึ่งอย่างน่าแปลกใจ ใครจะไปรู้ละครับ
สบายกาย คลายปวดหลัง



