
คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 1
คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง?
โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มีการทำร้ายผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อเกิดการสึกหรอ ยุบตัวลงมาของข้อเข่า มีกระดูกงอกที่เห็นได้ชัดจาก X-Ray มีคนหลายคนกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าถ้าอายุไม่ถึง 60 ปี ไม่มีทางที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ความคิดนี้อาจจะถูกในสมัยก่อน ที่เรามีการใช้ข้อเข่าทำงานน้อย สมัยก่อนที่เรามีการออกเเรง กล้ามเนื้อหัวเข่า อย่างสม่ำเสมอ เเต่ถ้าเป็น ในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด มีการพบคนเป็นข้อเข่าเสื่อมในอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ เเน่นอนยิ่งอายุเยอะ ยิ่งมีอัตราการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เเต่ถ้าเราไม่ใส่ใจดูเเลจริงจัง เราอาจจะเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว ครับ
อาการของข้อเข่าเสื่อมเเบ่งเป็น 6 ขั้น เรียงจากเป็นน้อยๆ ไปหามาก ดังนี้ ครับ
ระยะที่หนึ่ง ระยะนี้ความจริงยังไม่ถือว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม เหตุเพราะผิวข้อเข่า ยังไม่สึกกร่อน ผิวกระดูกอ่อนเรียบดี ตามที่เราได้บอกนิยามการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ว่า ต้องมีการสึกกร่อนของผิวกระดูกอ่อนก่อน เเต่อาการระยะเเรกนี้ ถือว่า สำคัญที่สุด เพราะถ้าเราตรวจสอบได้ก่อน เเละรีบเเก้ไข เราก็จะสามารถหยุดขบวนการที่ทำให้เป็นโรคเข่าสื่อมได้ อาการที่ว่านี้คือ อาการเมื่อยล้าที่น่องเเละต้นขาครับ คนไข้จะเมื่อย เเต่ไม่ถึงกับปวด ยังสามารถเดินได้ตามปกติดี ตกกลางคืนจะมีอาการเมื่อยล้าเเบบน่ารำคาญ นอนไม่หลับ ใครที่เเต่งงานเเล้วก็อาจจะขอให้คู่ของตนช่วยนวดที่ขาให้หน่อย ถ้ามีลูกทีโตพอจะใช้งาน ก็จะถูกใช้ให้จับเส้น นวดเบาให้เกือบทุกคืน อาการที่เป็นจะไม่สัมพันธ์กับความหนักเบาของการทำงาน เช่น บางคนไม่ได้เดินมาก นั่งเฉยๆทั้งวันก็มีอาการเมื่อยล้าได้
อาการเเรกเริ่มนี้ ยังพบได้ในคนที่ไม่ได้ค่อยชอบออกกำลังกาย ไม่เล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งจะมีการออกกำลังกายตามเเฟชั่นบ้าง เป็นครั้งคราว เช่น การเต้นเเอโรบิค โยคะ เเต่เพราะไม่ได้บริหารกล้ามเนื้อเหนือหัวเข่าดีพอหรือสม่ำเสมอ พอความทนเเละความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อจะถดถอยเเละน้อยลงเรื่อยๆ ยิ่งบวกกับการที่กล้ามเนื้อต้นขาเเละน่องต้องทำงานซ้ำซากจำเจในช่วงกลางวัน เช่น นั่งงอเข่านานๆ จะทำให้เกิดการอักเสบเล็กๆน้อยๆ สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อ ตกตอนเย็นเมื่อการอักเสบกล้ามเนื้อมีมากพอ คนไข้จึงเริ่มเมื่อยล้า โดยเหตุนี้จึงมีอาการเฉพาะตอนกลางคืน ตื่นเช้าก็จะดีขึ้น เพราะกล้ามเนื้อได้พักผ่อนคลายมาทั้งคืน บางคนจึงมักติดนวด(เเผนโบราณนะครับ) ตลอดเวลา เดินเที่ยวห้างไกลมากหน่อย กลับมาก็จะเมื่อยล้ามาก
ข้อสังเกตอาการเมื่อยล้าที่เกิดจากภาวะ ความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อถดถอย ก็คือมักจะมีอาการ ทั้งสองข้างพร้อมๆกัน โดยเฉพาะจะเป็นตำเเหน่งใกล้เคียงกัน บางคนไปหาหมอกระดูก ได้ยาเเก้อักเสบมาทานก็จะดีขึ้น เเต่พอหมดฤทธิ์ยา 2-3สัปดาห์ อาการเมื่อยล้าก็จะกลับมาใหม่ไม่หายขาด ด้วยเหตุที่การทานยาไม่ได้ไปเเก้ ต้นเหตุของการอักเสบ เพราะสภาพความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อประคองเข่ายังไม่เเข็งเเรงเหมือนเดิม ต้องนั่งงอเข่านานๆเหมือนเดิม อาการเมื่อยล้าจึงยังคงอยู่เหมือนเดิม
เมื่อกล้ามเนื้อล้ามากขึ้น เวลาขึ้นบันลงบันได จะเริ่มมีเสียงเข่าลั่นเเละดังมาก จนคนอื่นได้ยิน เหตุเพราะกล้ามเนื้อส่วนขา ต้องออกเเรงมากขึ้นในการเคลื่อนไหว ความตึงของเอ็นที่ขึงจะตึงเพิ่มขึ้น ดังนั้นเวลาเคลื่อนไหวเอ็น เเละกล้ามเนื้อขาเหล่านี้จะเสียดสีกันจนเกิดเสียงดังมากขึ้น ถ้ามีการเคลื่อนไหวข้ออยู่บ่อย เช่น การปั่นจักรยาน การเดินนานๆ การเต้นเเอโรบิค ก็อาจจะเริ่มมีการเสียดสีผิวกระดูกอ่อนข้อทำให้ข้อสึกเพิ่มขึ้นเกิดการอักเสบ เเละก่อให้เกิดอาการในขั้นสองต่อไป จะเห็นว่า อาการระยะที่หนึ่งนั้น คนหนุ่มสาวก็มีสิทธิ์เป็นได้ เพราะฉะนั้นอย่าประมาทรีบหมั่นดูเเลกล้ามเนื้อประคองเข่าตั้งเเต่ตอนนี้ดีกว่า
สบายกาย คลายปวดเข่าครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 2
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 3
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 4
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 5
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 6

คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง? ตอนที่ 2
คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง
2 ระยะที่สอง คือ อาการปวด บวม เเดง ร้อน ที่ข้อเข่า อาการปวดที่เกิดขึ้นจะปวดน้อย ๆก่อน ไม่รุนเเรง มักจะเกิดขึ้น เนื่องจาก คนไข้บังเอิญมีกิจกรรมที่ต้องใช้ เข่ามากกว่าปกติหน่อย เช่น เดินไกลมากขึ้น นั่งในรถนานๆ ไปต่างจังหวัด สะดุดเเต่ไม่ล้ม เดินในที่ที่ไม่เรียบ เช่น เดินในสวนที่บ้าน หรือ เดินเล่นกอล์ฟ พอวันรุ่งขึ้น จะมีอาการปวด บวม ตามเเนวของข้อเข่า เมื่อเอามือไปสัมผัสที่ผิวหนังบริเวณนี้ จะรู้สึกว่า อุ่นขึ้น ยืนในที่สว่างๆเปรียบเทียบสีผิวของเข่าทั้งสองข้าง ข้างที่ปวดจะเเดงกล่ำมากกว่าอย่างชัดเจน

คุณผู้หญิงที่มีอายุมากหน่อย เเต่ยังมีไฟอยู่ ชอบไปเดินเที่ยวห้าง ก็มักจะมีอาการปวดเป็นๆ หายๆเป็นครั้งคราวทำให้ น่ารำคาญใจ ไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยสะดวก คนสูงอายุที่ชอบไปเที่ยวตามเมืองนอกที่ต้องใช้เข่าเดินไปไกลๆ ในแต่ละสถานที่ ก็มักจะมีปัญหาที่ข้อเข่ากลับมาด้วยทุกครั้ง

ตัวอย่าง เช่น การไปเที่ยวเมืองจีน ดู กำเเพงเมืองจีน ก็เป็นตารางท่องเที่ยวที่ทุกคนที่ไปไม่อยากพลาด โดยเฉพาะคนสูงอายุ เวลาเห็นพวกเพื่อนๆเดินได้ ก็จะเดินตามถึงไหนถึงกัน กำเเพงเมืองจีนนั้น ถ้าใครเคยได้ไป จะเห็นว่า เเต่ละขั้นจะมีขนาดที่ใหญ่มาก ความชันในบางจุดก็สูงมากจนเเทบจะต้องไต่ขึ้นไป เวลาเดินไปที่แต่ละป้อมก็แสนไกล พอกลับมาถึงเมืองไทยวันรุ่งขึ้น เข่าก็อาจจะเริ่มบวม และปวดมากขึ้น เวลาลงน้ำหนักเดินก็จะไม่ถนัด ต้องนั่งรถเข็น เมือไปพบแพทย์กระดูก ก็อาจจะได้รับข่าวที่ไม่ชอบ ที่ว่าเราอาจเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
สิ่งที่ผู้ป่วยมักจะทำผิด เวลาเกิดการอักเสบที่หัวเข่า ปวดเข่า คือ การไปประคบร้อน หรืออุ่นมากๆที่ข้อเข่า ทำให้เข่ามีอาการอักเสบมากขึ้น ต้องเข้าใจว่าการอักเสบที่เกิดขึ้น นั้นจะทำให้เกิดการบวมเเดงร้อนมากขึ้นที่ผิวหนังรอบหัวเข่าอยู่เเล้วครับ การประคบร้อน หรือบางคนก็ไปนวดจะทำให้ เกิดอาการปวดเข่ามากขึ้นจนเดินไม่ไหว เราจึงควรประคบเย็นมากกว่า เพื่อคลายการอักเสบลงมา โดยเฉพาะความร้อนที่สะสมในข้อเข่าอยู่ ซึ่งจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในนักกีฬาที่วิ่งจนกล้ามเนื้อเกร็ง ตึง จนออกซิเจนในกล้ามเนื่อไม่ค่อยมี กลุ่มนั้นสามารถประคบร้อน หรืออุ่นได้
มีโรคปวดข้อเข่า อีกโรคหนึ่งที่ผู้ป่วยมักจะสับสน คิดว่า เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม เเต่ความจริงแล้วไม่ใช่ โรคนี้จะมีลักษณะที่คล้ายกันมากกับข้อเข่าเสื่อมแต่อาการเป็นหนักกว่า และเร็วกว่า เช่นปวดข้อเข่ามากกว่า บวมมากกว่าเเละข้อสำคัญ คือ ผิวหนังร้อนมากกว่า อาการปวดมากจนคนไข้บรรยายว่า ปวดจนนอนไม่หลับ เดินไม่ได้ โรคที่ว่าคือโรคเก๊าท์เข้าข้อเข่าครับ โรคนี้มีสาเหตุที่เกิดจากอาหารประเภทโปรตีนสูง (สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ถั่ว ทุกชนิด ยอดผัก อัลกอฮอล์) ที่เราทาน เข้าไปมากมาก แล้วร่างกายจะย่อยสลายเป็นกรดยูริค ในบางคน ร่างกายอาจจะมีภาวะในการย่อยสลายที่ผิดปกติ ทำให้สารยูริค เกิดการสะสมในข้อต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ข้อเข่า เมื่อมีการกระตุ้นเพียงเล็กๆน้อยๆ เช่น ใส่รองเท้าใหม่ไปเดินไม่ถนัด ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการปวดที่ข้อเข่า อย่างเฉียบพลันได้
การรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมในขั้นนี้ คือ การลดอาการอักเสบเร็วๆ พักการใช้งาน หยุดการเดิน นานๆ ถ้าไปพบเเพทย์ในช่วงนี้ ผู้ป่วยก็อาจจะได้รับยาเเก้อักเสบมา รวมทั้งคำเเนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม
สบายกายคลายปวดเข่า
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 1
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 3
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 4
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 5
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 6

คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง? ตอนที่ 4
คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง?
ระยะที่4 คือ อาการเดินตัวโยก เมื่อการงอเข่าทำให้ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมปวดเข่ามากเวลาเดิน ผู้ป่วยจึงพยายามหลีกเลี่ยงการงอเข่า โดยเดินเข่าเหยียดตรงแล้วพยายามยกสะโพกหรือเอียงตัวไปมาแทนเพื่อให้เท้าลอยพ้นพื้นตลอดเวลาที่เดินอยู่ เมื่อทำอยู่เป็นประจำสภาพเนื้อเยื่อรอบๆข้อเข่าก็จะเกิดความเคยชิน ข้อเข่าก็จะเริ่มยึดติดงอเข่าไม่คล่องและไม่ได้มากเหมือนเดิม สุดท้ายจึงเป็นที่มาของอาการระยะที่สี่ ที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ คือ อาการเดินตัวโยกโย้ไปมาจนสุดท้ายต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน
คนที่เป็นข้อเข่าเสื่อมในระยะนี้ เวลาเดินจะไม่งอเข่าครับเพราะยิ่งงอเข่ายิ่งปวด เเต่ใช้วิธีการปรับตัว โดยยกสะโพกขึ้นมาเเทน ทำให้พาตัวเองก้าวไปข้างหน้าได้โดยไม่เจ็บข้อเข่า ในระยะเเรกอาจจะสังเกตไม่ออกว่าท่าทางการเดินเปลี่ยนไปจากเดิม บางคนอาจจะเหนื่อยมากขึ้นทุกครั้งที่เดินนานๆ พอเกิดความเคยชินจะเห็นชัดว่าเดินตัวโยก โย้เย้ไปมา หุ่นยนตร์โบราณที่เดินตัวเเข็งๆ ที่ต้องเปรียบเทียบว่าเหมือนหุนยนตร์โบราณ ไม่กล้าเปรียบเทียบกับหุ่นยนตร์ยุดใหม่ในยุคนี้ ก็เพราะว่าหุ่นยนตร์สมัยนี้ล้ำหน้าไปมาก เวลาเดินเหินจะคล้ายกับคนเราขณะที่ยังมีเข่าดีๆอยู่ ดูอย่างหุ่นยนตร์ที่ชื่อ ASIMO เวลาเดินเหมือนคนปกติมากเลย จนเเทบสังเกตไม่ออก มีการงอเข่า งอข้อเท้า เดินตัวตรงไม่โยกเยกเหมือนกับคนที่เป็นข้อเข่าเสื่อมในระยะนี้ ยิ่งในช่วงนี้มีการปรับปรุงหุ่นยนตร์ตัวนี้ให้ วิ่งได้ด้วย ยิ่งทำให้เห็นได้ชัดว่า การเดินของหุ่นยนตร์สมัยใหม่ ดูดีกว่าคนที่เป็นข้อเข่าเสื่อม ระยะนี้ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็นการเเข่งขันวิ่งระยะ 100 เมตรระหว่างหุ่นยนตร์กับคนที่เป็นนักกีฬาระดับโลกก็ได้
อย่างไรก็ตามสุดท้ายหุ่นยนตร์ก็จะเป็นผู้ชนะ เพราะข้อเข่าของคนเรานั้น เมื่อมีการใช้งานนานเข้า ก็จะเกิดการผุพังสึกหรอ ข้อเข่าหุ่นยนตร์เมื่อพังเเล้วก็สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ ดีเหมือนเก่าหรือดีมากกว่าเก่า เเต่ข้อเข่าคนที่ผุพังจนถึงระยะสุดท้ายนั้น ถึงแม้จะสามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้ก็จริง แต่ก็คงทำได้ไม่ดีเหมือนเก่า เพราะเราเปลี่ยนได้แค่เพียงข้อเข่าเราเท่านั้น แต่จิตใจและสังขารส่วนอื่น ย่อมจะร่วงโรยไปตามกาลเวลา
กลับมาที่เข่าของคนเรา เมื่อผู้ป่วยเดินตัวโยกมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็อาจจะหาไม้เท้ามาช่วยค้ำ ช่วยให้เดินดีขึ้น เเต่การหาซื้อไม้เท้ามาใช้เอง บวกกับการใช้งานไม้เท้าไม่ถูกต้อง ถือไม้เท้าผิดข้าง ก็จะทำให้เกิดเเรงกดที่ข้อเข่าที่เสื่อมมากขึ้น ผลก็คือ ข้อเข่าสึกมากขึ้น เสื่อมมากขึ้นครับ
กล่าวคือเมื่อมีปัญหาที่เข่าข้างไหน ผู้ป่วยมักจะถือไม้เท้าข้างนั้น ทำให้เดินตัวเอียงมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เเขนข้างที่ถือไม้เท้ายันที่ข้อมือก็จะมีอาการปวดมาก เนื่องจากน้ำหนักตัวจะไปโหมลงเเขนข้างที่ถือไม้เท้า ไม่มีการผ่อนเเรงที่ถูกต้อง วิธีถือไม้เท้าที่ถูกต้อง จึงต้องมือถือข้างที่เข่าดีเสมอครับ เช่น ถ้าปวดเข่าขวามาก เวลาก้าวเข่าข้างขวาออกเดิน ก็ใช้มือซ้ายจับไม้เท้า ค้ำออกมาข้างหน้า เสมอปลายเท้าขวา เพื่อผ่อนเเรงกระจายน้ำหนักตัวลงไปกด ที่ไม้เท้าเเทน แรงที่กดลงบนเข่าขวา ข้างที่เสื่อม ก็จะลดลง เวลาชมภาพยนตร์ไทยหลายต่อหลายเรื่อง จึงมักจะเห็นพระเอกหนังไทยเวลาบาดเจ็บขา จะใช้ไม้เท้าประคองช่วยเดิน เเละมักจะใช้ไม้เท้าผิดข้างไม่ตรงตามหลักการเเพทย์อยู่เสมอ เเต่ในชีวิตจริงเราจะละเลยการดูเเลข้อเข่าเราแบบนั้นไม่ได้นะ การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในการดูเเลเข่าบ้าง เราจะได้มีหัวเข่าคุณภาพดี ใช้งานได้นานๆ
สบายกายคลายปวดเข่าครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 1
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 2
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 3
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 5
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 6

คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง? ตอนที่ 5
ตอนที่ผ่านมาได้พูดถึง อาการของคนที่จะเป็นเข่าเสื่อมว่าจะมีอาการอะไรบ้าง เรามาทบทวนกันหน่อย คือ
- เมื่อยล้าที่หัวเข่า และ อวัยวะรอบๆข้อเข่า
- ปวด บวม แดง ร้อน ที่ข้อเข่า
- งอ และ เหยียดเข่า ไม่สุด
- เดินตัวโยก เหมือนหุ่นยนตร์


ถ้าต้องการรู้รายละเอียดเพิ่มเติม คงต้องย้อนกลับไปดูทีละหน้าครับ แต่วันนี้เป็นอาการที่ 5 ที่สำคัญมากมากด้วย เพราะจะเป็นอาการที่จะทำให้ผู้ป่วย อาจจะต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันมีเพียงสองวิธีนี้เท่านั้น ที่ได้ผลดีมาก คือ แบบที่หนึ่ง วิธีการผ่าตัดดัดกระดูกปลายขาให้ตรงขึ้น (High Tibial Osteotomy) และแบบที่สอง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement)
มีคนบอกว่า เวลาไปต่างจังหวัด ถ้าอยากจะรู้ว่า คนในจังหวัดนั้นมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ต้องตื่นเเต่เช้ามืดครับ เเล้วไปสถานที่เเห่งหนึ่ง ท่านก็จะได้ทราบข้อมูลเกือบทั้งหมดของคนในสังคมย่านนั้น สถานที่เเห่งนั้นก็คือ ตลาดสดยามเช้าตรู่ครับ ที่นี่เราจะได้เห็นผู้คนหลายหลาก เห็นเด็กนักเรียนที่เริ่มออกจากบ้านมาเเวะข้าวเเกง เผื่อเป็นอาหารกลางวัน เห็นพระออกมาบิณฑบาทเป็นเเถวยาว เห็นคนผู้ป่วยจับกลุ่มพูดคุยกัน ที่ร้านกาแฟ ออกกำลังกายรำมวยจีน ซึ่งโดยรวมก็ดูเเข็งเเรง กระฉับกระเฉงกันทุกคน เเละที่ผมมักจะได้พบบ่อยๆ ก็คือ คนสูงอายุ ที่มีเข่าโก่งมากมาก เเต่สามารถเดินได้มาตลาดได้อย่างคล่องเเคล่ว จนน่าเเปลกใจ ไม่มีวี่เเววของอาการเจ็บปวดหัวเข่าเเสดงออกมาให้ผมเห็นทางภายนอกเลย
อาการข้อเข่าเสื่อม ระยะนี้ คือ ระยะที่ห้าครับ เป็นระยะที่ผู้ป่วยเริ่มจะเป็นมากขึ้น เกือบถึงขั้นสุดท้ายครับ เข่าที่เคยตรงสวย ก็จะเริ่มโก่งโค้งงอ เหมือนคันธนูครับ บางคนยืนตรงๆ เข่าที่โค้งออกมาสองข้างสามารถ ให้เด็กตัวเล็กๆเดินลอด ใต้หว่างขาได้อย่างสบาย

ทำไมข้อเข่าจึงโก่ง มีการอธิบายว่า เพราะน้ำหนักตัวของคนกดลงที่ด้านในของข้อเข่าอยู่ตลอดเวลาที่เรายืน เมื่อมีการสึกกร่อนที่ผิวกระดูกอ่อนมากขึ้น ข้อเข่าด้านในที่อยู่หว่างขาจะถูกทำลายลงก่อนด้านนอก เกิดการสึกเเละผิวข้อด้านในยุบลง ทำให้ข้อเข่าโก่งมากขึ้นเรื่อย ยิ่งเข่าโก่ง ความยาวของขาข้างที่โก่งจะสั้นลงเรื่อย ทำให้เดินกะเผลก มีความลำบากในการเดินมากขึ้นเรื่อยๆ
มีบางคนไปใช้ที่รัดเข่า เพื่อหวังว่า เข่าจะกลับมาตรงได้เหมือนเดิม หรือ จะป้องกันไม่ให้เข่าโก่งมากขึ้น ต้องขอบอกว่า ไม่มีทางครับ ยิ่งเราใช้ที่รัดเข่านานเท่าไหร่ กลับยิ่งไปเร่งให้เข่าโก่งเร็วขึ้นไปอีกครับ เพราะที่รัดเข่า หรือ knee support จะไปทำให้ ข้อเข่าถูกรัดเเน่น ข้อต่อเคลื่อนไหวน้อยลง กล้ามเนื้อรอบหัวเข่า จึงทำงานน้อยลง ใส่ใหม่ๆก็คิดว่าดี เพราะหายเจ็บ เดินได้นานขึ้น คิดว่า ข้อเข่าตัวเองกลับมาดีเหมือนเดิม ไม่ต้องทานยาเเก้ปวดเเล้ว เเต่พอจะถอด เเล้วเดินเข่าเปล่า กลับปวดมาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า มองเห็นว่า เข่าข้างที่ใส่ ผ้ารัดเข่า กล้ามเนื้อรอบหัวเข่าลีบเล็กลงอย่างน่าใจหาย
กล้ามเนื้อรอบหัวเข่ามีความสำคัญมากในเรื่องข้อเข่าเสื่อมครับ เพราะจะเป็นเสมือนตัวผ่อนเเรงที่มีต่อกระดูกที่น้ำหนักตัวคนเรากดทับ เวลาที่เราใช้งานประจำวัน อีกทั้งกล้ามเนื้อมัดนี้จะคอยเหนี่ยวรั้งไม่ให้เอ็นเส้นเล็กๆที่อยู่รอบหัวเข่าต้องทำงานหนักขึ้นจนเกิดการ อักเสบเเละฉีกขาด เมื่อเราใส่ที่รัดข้อเข่าทุกๆวัน จะเกิดความเคยชิน การออกกำลังของกล้ามเนื้อมัดนี้น้อยลง จนร่างกายลืมใช้ เพราะมัวเเต่ได้รับการผ่อนเเรงจากผ้ารัดเข่า จนบางคน เกิดอาการติดครับ วันไหนออกไปนอกบ้าน ลืมเอาที่รัดข้อเข่าไปด้วย จะไม่มีความมั่นใจ ไม่กล้าเดิน ต้องรีบกลับบ้าน
เข่าที่โก่งมากมาก เเต่ไม่มีอาการปวด บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องรักษาครับ นอกจากบางคนจะมองดูว่า ไม่สวย บางคนเข่าโก่งที่ก็ยังสามารถเดินได้ไกลๆ เพราะฉะนั้นการที่เข่าโก่งอย่างเดียวจึงไม่ใช่ข้อบ่งชี้ในการที่จะเลือกรักษาเเบบผ่าตัดครับ ก็ดูอย่างคนต่างจังหวัดที่ผมบอกในตอนเเรกไงครับ เขาก็อยู่ของเขาได้ แต่ถ้ามีอาการปวดร่วมด้วย อาการปวดจะรุนแรงกว่ากลุ่มอื่นครับ เพราะการเดินแต่ละครั้งจะต้องใช้กำลังมาก เพื่อที่ก้าวออกไปได้ในแต่ละครั้ง บวกกับการสึกหรอของกระดูกอ่อนที่ผิวข้อที่มากเกินไป ทำให้ไม่มีผิวเคลือบป้องกันการเสียดสี จะก่อให้เกิดการอักเสบทุกครั้ง ที่ก้าวเดิน เดิน นานไม่ได้ ทั้งที่ผ่านการรักษาแบบประคับประคองทุกวิธีแล้วก็ไม่ได้ผล ก็ต้องรีบแก้ไขด้วยวิธีการผ่าตัด สองวิธีข้างต้นที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น แบบใดแบบหนึ่ง (สามารถหาข้อมูลวิธีการผ่าตัด ดัดกระดูกปลายขาให้ตรงขึ้น(High Tibial Osteotomy) และแบบที่สอง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 1
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 2
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 3
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 4
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 6

คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 6
สาเหตุที่เดินไม่ได้
6.อาการเข่าเสื่อม ทุกๆระยะ ที่ผมกล่าวถึง ในตอนที่ผ่านมานั้น(ตอนที่ 1-5 ) เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า ทำให้คุณภาพชีวิตของคนที่เป็นแย่ลงเรื่อยๆครับ จะเดินไปเที่ยวไกลๆก็ไม่มีความมั่นใจ ลูกหลานจะพาไปทานข้าวเย็นนอกบ้าน ก็อ้างว่า ไม่ชอบไป อาหารราคาแพง ไม่อร่อย คนพลุกพล่าน แต่ความจริงกลัวว่า เข่าจะปวด จะเป็นภาระให้ลูกหลานในการหาห้องน้ำห้องท่าให้ ยิ่งคนที่เป็น ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย อายุเพียงแค่ 50 ปีต้นๆ ยิ่งแล้วใหญ่ สุขภาพร่างกายทั่วไปยังแข็งแรงอยู่ ทุกอย่างใช้ได้หมด แต่เข่าทรุดโทรมไปมาก จนมีอาการถึงขั้นสุดท้าย ที่เราเรียกว่า เป็นอาการขั้นที่ 6 คือ ลงน้ำหนักเดินไม่ได้(unable on weight walking)

สาเหตุหลักๆที่ทำให้คนที่เป็นข้อเข่าเสื่อม
เดินไม่ได้ในระยะสุดท้ายนี้ มีสองสาเหตุครับสาเหตุแรกเป็นสิ่งที่คนทั่วไป และแพทย์ทราบกันเป็นอย่างดีแล้ว คือ เรื่องของอาการอักเสบข้อเข่า ทำให้มีอาการปวดเข่ามากทุกครั้งที่ลงน้ำหนักเดิน จนพาลให้ไม่อยากเดินไปไหน ส่วนสาเหตุที่สองนั้น เป็นสาเหตุที่สำคัญมากกว่า ครับ เพราะถึงแม้ว่าจะมีการรักษาโดยวิธีการผ่าตัดด้วยการ ปรับกระดูกเข่าให้ตรงขึ้น(High Tibial Osteotomy) หรือการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม( Total Knee Replacement) ซึ่งจะแก้ไขอาการอักเสบ อาการปวดเข่าได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว แต่ถ้าไม่แก้สาเหตุที่สองด้วย ก็จะทำให้ได้ผลสำเร็จของผ่าตัดไม่เต็มที่ครับ สาเหตุที่สองนั่นก็คือ ภาวะกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าที่อ่อนแอลงไป โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว(Quadricep Muscle Atrophy)
เราลองสังเกตุเข่าที่เป็นข้อเข่าเสื่อมดูดีๆนะครับ เราจะเห็นว่า นอกจากอาการปวดเข่าเวลาขึ้นบันไดแล้ว เข่าข้างที่เป็นจะรู้สึกไม่มีแรง ยันตัวขึ้นบันไดไม่ค่อยได้ ความจริงแล้ว การที่กล้ามเนื้อเข่าอ่อนแอลงไปนั้น สามารถพบได้ตั้งแต่ตอนที่เริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมใหม่ๆครับ จนทางการแพทย์ได้ไปศึกษา และพบว่า กล้ามเนื้อข้อเข่าที่อ่อนแอนั้น อาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนเป็นข้อเข่าเสื่อม อีกทั้งยังพบว่า เราพบว่าคนที่มีอาการของข้อเข่าเสื่อมอยู่แล้วและมีกล้ามเนื้อข้อเข่าไม่แข็งแรงนั้น จะมีโอกาสเป็นข้อเข่าเสื่อมในระยะสุดท้ายเร็วกว่า หลายเท่าครับ
ผลเสียของการข้อเข่าเสื่อมในระยะนี้ที่ทำให้ ผู้ป่วยเดินไม่ได้ ไม่ยอมเดินนานๆ ทำให้ ถ้ามีแผลกดทับ(pressure wound)บริเวณสะโพก แผลจะไม่ยอมหาย มีโอกาสลุกลามใหญ่โต จนแผลกินลึกถึงกระดูก นอกจากนั้นแล้ว ยังก่อให้เกิดการมีโอกาสที่จะติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่าย เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ปอดจะขยายตัวน้อยลงตามไปด้วย การขับอากาศเสียจากปอดน้อยลง มีผลทำให้เชื้อโรคตกค้างในปอดได้ง่าย
ถ้าเป็นระยะนี้ ก็ต้องรีบรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement Surgery) และรีบกระตุ้นให้ผู้ป่วยทำกายภาพ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรง ใช้งานประจำวันตามวัยได้เหมือนเก่าเร็วๆครับ

คุณเป็นข้อเข่าเสื่อมระยะนี้แล้วหรือยัง ถ้ายังต้องรีบรักษา ก่อนเป็นถึงระยะนี้
สบายกายคลายปวดเข่า
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 1
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 2
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 3
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 4
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 5

คุณเริ่มเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” แล้วหรือยัง ?
โรค “ข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่มีการทำร้ายผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อเกิดการสึกหรอ ยุบตัวลงมาของข้อเข่า มีกระดูกงอกที่เห็นได้ชัดจาก X-ray มีคนหลายคนกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าถ้าอายุไม่ถึง 60 ปี ไม่มีทางที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ความคิดนี้อาจจะถูกในสมัยก่อน ที่เรามีการใช้ข้อเข่าทำงานน้อย สมัยก่อนที่เรามีการออกเเรง กล้ามเนื้อหัวเข่าอย่างสม่ำเสมอ เเต่ถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดครับ
มีการพบคนเป็นข้อเข่าเสื่อมในอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ ครับ เเน่นอนยิ่งอายุเยอะ ยิ่งมีอัตราการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เเต่ถ้าเราไม่ใส่ใจดูเเลจริงจัง เราอาจจะเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัวครับ


การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 1
หนึ่งในโรคที่คนไทยเป็นกันมาก เรียกได้ว่า ในเกือบทุกครอบครัวจะต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนที่มีอาการจากโรคนี้ไม่มากก็น้อย คือ โรคข้อเข่าเสื่อม มาดูวิธีป้องกัน รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ว่ามีวิธีใดบ้าง
หลังผ่านช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประชากรมีความสุขที่สงครามยุติเสียที เริ่มที่จะผลิตลูกหลานออกมามากขึ้น เราเรียกช่วงเวลานั้นว่า Baby Boom เเละเรียกประชากรที่เกิดในช่วงนี้ว่า Baby Boomer จนกระทั่งราว ปี พ.ศ. 2480-2500 คนทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า จำเป็นต้องควบคุมการผลิต จึงมีการคิดค้นถุงยางอนามัย เเละวิธีคุมกำเนิดใหม่ ๆ ตามมา


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 1
เมื่อพูดถึง ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าชิด หรือ เข่ารูปตัว X สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คือ ข้อเสียของขาโก่ง เข่าโก่ง หรือ อาการเข่าที่ผิดปกติ เพราะหากปล่อยอาการขาโก่ง เข่าโก่ง ไว้นานวัน จะยิ่งรักษา แก้ไขได้ยาก โดย ข้อเสียของการมีขาโก่ง เข่าโก่ง มีดังนี้


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 2
การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าชิด หรือ เข่ารูปตัว X เราจะทราบได้อย่างไรว่า เมื่อไรที่ต้องเข้ารับการรักษา หรือ ผ่าตัดเข่า
เมื่อไหร่ต้อง ผ่าตัดเข่า ?
ส่วนข้อเข่าโก่งในคนอายุน้อยๆ (18-55ปี) ที่ถือว่าเป็นโรคที่ควรได้รับแก้ไขอย่างถูกต้อง และ ทันท่วงที จะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ครับ
1. มีความโก่งของเข่าทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
เข่าที่โก่งไม่เท่ากันทำให้ขายาวไม่เท่ากันครับ เวลาเดิน ก็จะสังเกตเห็นการเดินตัวโยกเยก รองเท้าที่ใส่จะสึกที่ส้นไม่เท่ากัน เมื่อเดินโยกเยกมาก ๆ เวลาที่ต้องเดินไกล ๆ หรือ ยืนนาน ๆ ก็มักจะมีอาการปวดหลังเรื้อรังตามมา โดยไม่คิดว่า มาจากเข่าที่โก่งไม่เท่ากัน


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 3
ผ่าตัดเข่า เพื่อรักษาอาการเข่าโก่ง ขาโก่ง ในปัจจุบัน มีหลายวิธี
“วิธีผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง แบบต่าง ๆ”
การแก้ไขข้อเข่าโก่งให้กลับมาตรงเหมือนปกติ Varus Knee Correction
ปัจจุบันการแก้ไขข้อเข่าโก่ง ที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ว่าได้ผลจริง มี แค่ 3 วิธีนี้เท่านั้นครับ
1. การเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ทั้งแบบเปลี่ยนเต็มข้อ และ ครึ่งข้อ (Knee Arthroplasty)
วิธีการแก้เข่าโก่งแบบนี้ เหมาะสมในคนสูงอายุที่มีข้อเข่าเสื่อมขั้นสุดท้ายที่แม้จะรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ จนครบถ้วนแล้วก็ตาม (กรุณาดูบทความ เรื่องการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมแนวใหม่แบบต่าง ๆ ของ นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา) แต่อาการปวดเข่าเรื้อรังก็ไม่ทุเลาลง มีแนวโน้มว่า จะเดินไม่ได้


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 4
“การผ่าตัดดัดเข่าด้วยเทคนิคใหม่” (MHTO)
การผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง ด้วยโลหะภายนอกแบบใหม่ (Modified HTO with New Charnley Clamp) เป็นวิธีผ่าตัดแก้เข่าโก่ง HTO ยึดด้วยโลหะจากด้านนอก เหมือนวิธีที่สามครับ แต่มีการพัฒนาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบางประการทำให้สามารถผ่าตัดในช่วงเวลาที่สั้นลงแผลผ่าตัดเล็กลง


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 5
การผ่าตัดดัดเข่าพร้อมกันสองข้างด้วยเทคนิคใหม่
ผู้ที่เข่าโก่งหลายท่านมีคำถามว่า สำหรับคนที่เข่าโก่งทั้งสองข้างตั้งแต่เด็กๆ จนเป็นผู้ใหญ่จะสามารถผ่าตัดแก้ไขทั้งสองข้างในคราวเดียวกันได้หรือไม่? และ จะมีข้อแตกต่างจากการผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง? หรือเข่าโก่งทีละข้างอย่างไร?เเละข้อสำคัญเคยมีการผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง และเข่าโก่งในคราวเดียวกันในประเทศไทยหรือไม่ ?


การผ่าตัดแก้ไขในคราวเดียวกันมีมานานแล้วครับแต่ในยุคสมัยก่อนนั้นมีการทำกันน้อยมากครับ เนื่องจากเทคนิค ตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ก็ไม่ทันสมัยเท่าปัจจุบัน (ไม่มี X Ray Real time ที่สามารถวัดมุมอย่างแม่นยำ ตลอดจนเทคนิคใช้โลหะยึดด้านในตายตัว ไม่ใช่ Modified High tibia with Chanley Clamp techniqueที่มีโลหะยึดด้านนอก ทำให้ไม่สามารถแก้ไขมุมเมื่อเย็บแผลปิดแล้ว) ทำให้การผ่าตัดดัดเข่าให้ตรงได้มุมเข่าของขาทั้งสองข้างที่แตกต่างกันมากเกินไป




ข้อดีของ การผ่าตัดดัดเข่าพร้อมกันสองข้างด้วยเทคนิคใหม่ (MHTO)
การผ่าตัดดัดเข่าให้รูปร่างเข่าตรงขึ้นด้วยวิธี Modified High Tibial Osteotomy with Chanley Clamp นี้สามารถแก้ไข ขาที่โก่งสองข้างพร้อมกัน โดยมีข้อดีที่แตกต่างกันไป ดังนี้ครับ
1. การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง หรือเข่าโก่งสองข้างพร้อมกัน ฟื้นตัวเร็วกว่า (timing of recovery)
ในการผ่าตัดเเก้เข่าโก่ง หรือ ขาโก่งทีละข้างนั้น มักจะทำห่างกันประมาณสองถึงสามเดือนครับ ทำไมถึงต้องใช้เวลาถึงสองสามเดือนจึงจะสามารถกลับมารับการผ่าตัดแก้ไขอีกข้างได้ อธิบายได้ดังนี้ครับ
ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง หลังการผ่าตัดจะสามารถงอเข่านั่งบนเก้าอี้และวางเท้าลงกับพื้นได้ในทันที เพราะการผ่าตัดชนิดนี้ไม่ได้ผ่าที่ข้อเข่าแต่ผ่ากระดูกใต้ข้อเข่าลงมา ข้อต่อเข่าที่เคลื่อนไหวจึงไม่ได้ถูกกระทบกระเทือน. สามารถงอและเหยียดเข่าได้เหมือนเดิม ก่อนผ่างอได้มากเท่าไหร่ หลังผ่าก็ยังเหมือนเดิมครับ อีกทั้งโลหะที่ยึดดามกระดูกด้านนอก(modified High Tibial Osteotomy with Charnley Clamp) มีความแข็งแรงมากพอที่เวลานั่งกระดูกตรงจุดที่ผ่าจะไม่กระทบกระเทือนหรือเคลื่อนไหว



ส่วนการผ่าตัดแก้เข่าโก่งสองข้ามในคราวเดียวกัน จะเสียเวลาในการฟื้นตัวน้อยกว่าหนึ่งเท่าครับ เพราะ กระดูกทั้งสองขาสามารถติดเชื่อมกันในคราวเดียวกัน ทำให้ได้เปรียบในเรื่องของเวลาในการกลับมาเดินหรือการฟืนตัวที่สั้นกว่าครับ
2. ข้อเเตกต่างในเรื่องการดูแลและการปฎิบัติตัวหลังผ่าตัด (The Difference of Caring)
หลังการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าโก่งทั้งสองข้างให้กลับมาตรงในคราวเดียวกัน ผู้ป่วยจะลงน้ำหนักเดินไม่ได้ชั่วคราว ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดจะต้องใช้รถเข็นเป็นเวลาสี่ถึงหกสัปดาห์โดยเฉลี่ย เหตุผลที่ผู้ป่วยไม่สามารถลงน้ำหนักเดินได้ทันที เพราะกระดูกขาทั้งสองข้างที่ได้รับผ่าตัดใหม่ๆยังไม่เชื่อมติดกัน จึงไม่แข็งแรงพอที่จะเดินลงน้ำหนักได้ ถึงแม้จะใช้ไม้เท้าช่วยก็ตาม ไม่เหมือนกับการผ่าตัดทีละข้างครับที่ยังคงมีขาข้างที่ดี ยังไม่ผ่ารับน้ำหนักตัวช่วยยันพื้นในการเดิน อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดสองข้างพร้อมก้น ยังคงนั่งแล้วงอเข่า เท้าวางบนพื้นได้ทั้งสองข้างได้ทันทีหฃังผ่าตัด เพราะมีโครงโลหะช่วยอยู่ เหมือนการผ่าตัดที่ละข้างครับ




ในบางคนที่ได้รับการผ่าตัดเเก้ไขข้อเข่าโก่งในคราวเดียวกัน อาจจะถอดโลหะออกไม่พร้อมกันนะครับเนื่องจากกระดูกที่ผ่าตัดเชื่อมกันสนิทไม่พร้อมกัน แต่เวลาก็ไม่ห่างกันมาก(ประมาณหนึ่งสัปดาห์)ครับ
3. ค่าใช้จ่าย การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าโก่งพร้อมกันสองข้าง (Cost)
ในการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าโก่งในคราวเดียวกันสองข้าง ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่า ครับ เพราะการนอนพักรักษาตัวใช้เวลาเท่ากัน หรือ นานกว่าข้างเดียวกันไม่มาก (ปกติในการผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งข้างเดียวต้องนอนในโรงพยาบาลเป็นเวลา3-4วัน) อีกทั้งการผ่าตัดสองข้างพร้อมกันจะ ประหยัดเวลาที่ใช้ในห้องผ่าตัด และเครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดด้วยครับ เนื่องจาก การคิดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลเอกชนมักคิดชั่วโมงที่สองของการผ่าตัดถูกกว่าชั่วโมงแรก Set ผ่าตัดก็ใช้แค่Set เดียว ไม่ต้องเปดสองSets เมื่อมีการผ่าตัดทีละครัง



รูปร่าง
ตัวอย่างภาพผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งจาก การผ่าตัดแบบ MHTO ทั้งสองข้างพร้อมกัน


การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าคด แบบ MHTO

ก่อน – หลัง การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าคด แบบ MHTO

ก่อน – หลัง การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าคด แบบ MHTO


หมายเหตุ : ภาพที่แสดงทั้งหมดเป็นภาพของผู้ป่วยของ นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

ตัวอย่างผู้ที่ผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งเข่าชิด
คุณรติรัตน์ ไพรัตน์ จาก ประเทศรัสเซีย ตอนที่ 1
คุณรติรัตน์ ไพรัตน์ จาก ประเทศรัสเซีย ตอนที่ 2
คุณณัชชาพัชร์ ปัญฎีกา
ตัวอย่างภาพผู้ที่ผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง เข่าชิด
อัลบั้ม 1
อัลบั้ม 2
บทความที่เกี่ยวข้อง การผ่าตัดแก้ไข้ ขาโก่ง หรือ เข่าโก่ง (เข่าเสื่อม)
ตอนที่ 1 “ข้อเสีย”
ตอนที่ 2 “เมื่อไหร่ต้องผ่าตัดเข่า”
ตอนที่ 3 “วิธีผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง แบบต่างๆ”
ตอนที่ 4 “การผ่าตัด ดัดเข่าด้วยเทคนิคใหม่”
ตอนที่ 5 “การผ่าตัดดัดเข่าพร้อมกันสองข้างด้วยเทคนิคใหม่”


