
โรค “ข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่มีการทำร้ายผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อเกิดการสึกหรอ ยุบตัวลงมาของข้อเข่า มีกระดูกงอกที่เห็นได้ชัดจาก X-ray มีคนหลายคนกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าถ้าอายุไม่ถึง 60 ปี ไม่มีทางที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ความคิดนี้อาจจะถูกในสมัยก่อน ที่เรามีการใช้ข้อเข่าทำงานน้อย สมัยก่อนที่เรามีการออกเเรง กล้ามเนื้อหัวเข่าอย่างสม่ำเสมอ เเต่ถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดครับ
มีการพบคนเป็นข้อเข่าเสื่อมในอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ ครับ เเน่นอนยิ่งอายุเยอะ ยิ่งมีอัตราการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เเต่ถ้าเราไม่ใส่ใจดูเเลจริงจัง เราอาจจะเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัวครับ

อาการของ “ข้อเข่าเสื่อม”
1. ระยะที่หนึ่ง ระยะนี้ ความจริงแล้วยังไม่ถือว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมครับ เหตุเพราะผิวข้อเข่า ยังไม่สึกกร่อน ผิวกระดูกอ่อนเรียบดี ตามที่เราได้บอกนิยามการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมว่า ต้องมีการสึกกร่อนของผิวกระดูกอ่อนก่อน เเต่อาการระยะเเรกนี้ ถือว่า สำคัญที่สุดครับ เพราะถ้าเราตรวจสอบได้ก่อนเเละรีบเเก้ไข เราก็จะสามารถหยุดขบวนการที่ทำให้เป็นโรคเข่าเสื่อมได้
- เมื่อยล้าบริเวณน่อง และต้นขา อาการที่ว่านี้คืออาการเมื่อยล้าที่น่องเเละต้นขาครับ คนไข้จะเมื่อยเเต่ไม่ถึงกับปวดนะครับ ยังเดินได้ตามปกติดี ตกกลางคืนจะมีอาการเมื่อยล้าเเบบน่ารำคาญนอนไม่หลับ ใครที่เเต่งงานเเล้วก็อาจจะขอให้คู่ของตนช่วยนวดที่ขาให้หน่อย ถ้ามีลูกที่โตพอจะใช้งาน ก็จะถูกใช้ให้จับเส้น นวดเบาให้เกือบทุกคืน อาการที่เป็นจะไม่สัมพันธ์กับความหนักเบาของการทำงานครับ เช่น บางคนไม่ได้เดินมาก นั่งเฉยๆทั้งวันก็มีอาการเมื่อยล้าได้
อาการเเรกเริ่มนี้ ยังพบได้ในคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ไม่เล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งจะมีการออกกำลังกายตามเเฟชั่นบ้างเป็นครั้งคราว เช่น การเต้นเเอโรบิค โยคะ เเต่เพราะไม่ได้บริหารกล้ามเนื้อเหนือหัวเข่าดีพอหรือสม่ำเสมอพอ ความทนเเละความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อจะถดถอยเเละน้อยลงเรื่อยๆ ยิ่งมาบวกกับการที่กล้ามเนื้อต้นขาเเละน่องต้องทำงานซ้ำซากจำเจในช่วงกลางวัน เช่น นั่งงอเข่านานๆจะทำให้เกิดการอักเสบเล็กๆน้อยๆ สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อ ตกตอนเย็นเมื่อการอักเสบกล้ามเนื้อมีมากพอ คนไข้จึงเริ่ม เมื่อย ล้า โดยเหตุนี้ จึงมีอาการเฉพาะตอนกลางคืนครับ ตื่นเช้าก็จะดีขึ้น เพราะกล้ามเนื้อได้พักผ่อนคลายมาทั้งคืน บางคนจึงมักติดนวด (เเผนโบราณนะครับ) ตลอดเวลาเดินเที่ยวห้างไกลมากหน่อย กลับมาก็จะเมื่อยล้ามาก
- มีอาการทั้งสองข้างพร้อม ๆ ข้อสังเกตอาการเมื่อยล้าที่เกิดจากภาวะความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อถดถอย ก็คือ มักจะมีอาการทั้งสองข้างพร้อม ๆ กันครับ โดยเฉพาะจะเป็นตำเเหน่งใกล้เคียงกัน บางคนไปหาหมอกระดูก ได้ยาเเก้อักเสบมาทาน ก็จะดีขึ้น เเต่พอหมดฤทธิ์ยา2-3สัปดาห์ อาการเมื่อยล้าก็จะกลับมาใหม่ไม่หายขาด ด้วยเหตุที่การทานยาไม่ได้ไปเเก้ ต้นเหตุของการอักเสบ เพราะสภาพความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อประคองเข่ายังไม่เเข็งเเรงเหมือนเดิม ต้องนั่งงอเข่านานๆเหมือนเดิม อาการเมื่อยล้าจึงยังคงอยู่เหมือนเดิมครับ
- มีเสียงเข่าลั่น เมื่อกล้ามเนื้อล้ามากขึ้น เวลาขึ้น-ลงบันได จะเริ่มมีเสียงเข่าลั่นและดังมากจนคนอื่นได้ยิน เหตุเพราะกล้ามเนื้อส่วนขา ต้องออกเเรงมากขึ้นในการเคลื่อนไหว ความตึงของเอ็นที่ขึงจะตึงเพิ่มขึ้น ดังนั้นเวลาเคลื่อนไหวเอ็น เเละกล้ามเนื้อขาเหล่านี้จะเสียดสีกันจนเกิดเสียงดังมากขึ้น ถ้ามีการเคลื่อนไหวข้ออยู่บ่อย เช่น การปั่นจักรยาน การเดินนานๆ การเต้นเเอโรบิคก็อาจจะเริ่มมีการเสียดสีผิวกระดูกอ่อนข้อทำให้ข้อสึกเพิ่มขึ้นเกิดการอักเสบ เเละ ก่อให้เกิดอาการในขั้นสองต่อไปครับ

2. ระยะที่สอง อาการปวด บวม เเดง ร้อน ที่ข้อเข่า
อาการปวดที่เกิดขึ้นจะปวดน้อย ๆ ก่อน ไม่รุนเเรง มักจะเกิดขึ้น เนื่องจากคนไข้บังเอิญมีกิจกรรมที่ต้องใช้เข่ามากกว่าปกติหน่อย เช่น เดินไกลมากขึ้น นั่งในรถนานๆ ไปต่างจังหวัด สะดุดเเต่ไม่ล้ม หรือเดินบนพื้นที่ไม่เรียบ เช่น เดินในสวนที่บ้าน หรือ เดินเล่นกอล์ฟ พอวันรุ่งขึ้นจะมีอาการปวด บวม ตามเเนวของข้อเข่า เมื่อเอามือไปสัมผัสที่ผิวหนังบริเวณนี้จะรู้สึกว่าอุ่นขึ้น ยืนในที่สว่างๆเปรียบเทียบสีผิวของเข่าทั้งสองข้าง ข้างที่ปวดจะเเดงกล่ำมากกว่าอย่างชัดเจน
คุณผู้หญิงที่มีอายุมากหน่อย เเต่ยังมีไฟอยู่ ชอบไปเดินเที่ยวห้างก็มักจะมีอาการปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ เป็นครั้งคราวทำให้รู้สึกรำคาญใจ ไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยสะดวก คนสูงอายุที่ชอบไปเที่ยวตามเมืองนอกที่ต้องใช้เข่าเดินไปไกล ๆ ในแต่ละสถานที่ ก็มักจะมีปัญหาที่ข้อเข่ากลับมาด้วยทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น การไปเที่ยวเมืองจีน ดูกำเเพงเมืองจีนก็เป็นตารางท่องเที่ยวที่ทุกคนที่ไปไม่อยากพลาดโดยเฉพาะคนสูงอายุ เวลาเห็นเพื่อนๆเดินได้ ก็จะเดินตามถึงไหนถึงกัน กำเเพงเมืองจีนนั้นถ้าใครเคยได้ไป จะเห็นว่าเเต่ละขั้นจะมีขนาดที่ใหญ่มาก ความชันในบางจุดก็สูงมากจนเเทบจะต้องไต่ขึ้นไป เวลาเดินไปแต่ละป้อมก็แสนไกล พอกลับมาถึงเมืองไทยวันรุ่งขึ้นเข่าก็อาจจะเริ่มบวมและปวดมากขึ้น เวลาลงน้ำหนักเดินก็จะไม่ถนัดต้องนั่งรถเข็น เมื่อไปพบแพทย์กระดูกก็อาจจะได้รับข่าวที่ไม่ชอบ ที่ว่าเราอาจเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
สิ่งที่ผู้ป่วยมักจะทำผิด เวลาเกิดการอักเสบที่หัวเข่าและปวดเข่าคือ การไปประคบร้อนหรืออุ่นมากๆที่ข้อเข่า ทำให้เข่ามีอาการอักเสบมากขึ้นต้องเข้าใจว่า การอักเสบที่เกิดขึ้นนั้นจะทำให้เกิดการบวม เเดง ร้อนมากขึ้นที่ผิวหนังรอบหัวเข่าอยู่เเล้วครับ การประคบร้อนหรือบางคนก็ไปนวดจะทำให้เกิดอาการปวดเข่ามากขึ้น จนเดินไม่ไหว เราจึงควรประคบเย็นมากกว่าครับเพื่อคลายการอักเสบลงมา โดยเฉพาะความร้อนที่สะสมในข้อเข่าอยู่ ซึ่งจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในนักกีฬาที่วิ่งจนกล้ามเนื้อเกร็ง ตึง จนออกซิเจนในกล้ามเนื่อไม่ค่อยมี กลุ่มนั้นสามารถประคบร้อนหรืออุ่นได้ครับ
อาการปวดข้อเข่า ที่อาจเข้าใจผิดว่าเป็น โรคข้อเข่าเสื่อม
มีโรคปวดข้อเข่า อีกโรคหนึ่งที่ผู้ป่วยมักจะสับสน คิดว่า เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม เเต่ความจริงแล้วไม่ใช่ โรคนี้จะมีลักษณะที่คล้ายกันมากกับข้อเข่าเสื่อมแต่อาการเป็นหนักกว่าและเร็วกว่า เช่น ปวดข้อเข่ามากกว่า บวมมากกว่า เเละข้อสำคัญ คือ ผิวหนังร้อนมากกว่า อาการปวดมากจนคนไข้บรรยายว่า ปวดจนนอนไม่หลับและเดินไม่ได้
โรคที่ว่าคือ โรคเก๊าท์เข้าข้อเข่า โรคนี้มีสาเหตุที่เกิดจากอาหารประเภทโปรตีนสูง (สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ถั่ว ทุกชนิด ยอดผัก อัลกอฮอล์) ที่เราทาน เข้าไปมาก ๆ แล้วร่างกายจะย่อยสลายเป็นกรดยูริค ในบางคนร่างกายอาจจะมีภาวะในการย่อยสลายที่ผิดปกติ ทำให้สารยูริค เกิดการสะสมในข้อต่างๆไม่เว้นแม้แต่ข้อเข่า เมื่อมีการกระตุ้นเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นใส่รองเท้าใหม่ไปเดินไม่ถนัดก็อาจจะก่อให้เกิดอาการปวดที่ข้อเข่าอย่างเฉียบพลันได้
การรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมในขั้นนี้ คือ การลดอาการอักเสบเร็ว ๆ พักการใช้งาน หยุดการเดินนานๆ ถ้าไปพบเเพทย์ในช่วงนี้ ผู้ป่วยก็อาจจะได้รับยาเเก้อักเสบมา รวมทั้งคำเเนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อมครับ




