
น้ำข้อเทียม
น้ำข้อเทียม

สาร Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารที่มีอยู่ในน้ำข้อของมนุษย์ มีลักษณะที่เหนียว และยือหยุ่นสูงทำให้ข้อต่างๆ โดยเฉพาะผิวกระดูกข้อเข่าไม่ได้รับแรงกด หรือกระแทกมาก เวลาคนเราเดิน หรือวิ่ง นอกจากนั้น สารนี้ยังช่วยให้เกิดความลื่นที่ผิวกระดูกอ่อนเวลาเรางอหรือเหยียดหัวเข่า การเสียดสีที่ผิวกระดูกจะน้อยลง ทำให้กระดูกอ่อนผุกร่อนลดน้อยลงตามไปด้วย ส่งผลให้ข้อเข่าอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อนน้อยลงเช่นกัน โดยปกติคนเราจะมีน้ำในข้อเข่าอยู่ประมาณ 1-2 ซีซี เท่านั้น เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นน้ำในข้อเข่าก็จะมีปริมาณลดลงโดยเฉพาะคนที่เป็นข้อเข่าเสื่อม มักพบว่าน้ำในข้อเข่ามีปริมาณที่น้อยมาก คนที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมขั้นรุนแรงน้ำในเข่าแทบจะแห้งผากจนไม่มีเหลือเลยครับ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คืออาการของข้อเข่าเสื่อมจะลุกลามเร็วมากขึ้นไปอีก บางคนเข่าโก่งขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดภายใน 1 ปี
นักวิทยาศาสตร์
พยายามค้นหาวิธีที่จะชะลอการเหือดแห้งข้องน้ำในข้อ เนื่องจากมีความเชื่อว่า ถ้าน้ำในข้อเข่าของคนเรายังมีอยู่จะมีประโยชน์อย่างมากในการป้องกันและช่วยชะลอความเสื่อมนี้ได้ มีการผลิตน้ำข้อเทียมขึ้นมาเป็นเวลาตั้ง 30 ปีมาแล้ว แต่ในระยะแรกๆ ยังไม่สามารถดำรงคุณสมบัติเหมือนของน้ำข้อเข่าจริงได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ฉีดเข้าไปอีก 1-2 สัปดาห์มาเจาะเข่าดูก็ไม่พบน้ำข้อเทียมเสียแล้ว
แต่ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์ก็สามารถที่จะชนะธรรมชาติได้ ในช่วงปี ค.ศ.1997-2004 มีการพัฒนาคุณภาพน้ำข้อเทียมให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้น โดยผลิตจากสารธรรมชาติ เช่น หงอนไก่ (Rooster Combs) หรือ หมักมากจากแบคทีเรีย (Fermentation from Bacteria) และเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในอเมริกาเหนือแคนาดา และทางยุโรปเริ่มต้น โดยข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้ายหลังจากนั้นก็มีการฉีดเข้าไปในข้อสะโพกข้อเท้าบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีการใช้น้ำข้อเทียม ปรากฎว่าจำนวนผู้ป่วยที่ถูกผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมลดลงเป็นจำนวนมากอย่างน่าแปลกใจในต่างประเทศมีการทำวิจัยเปรียบเทียบข้อดีของน้ำข้อเทียมพบว่ามีข้อดี 3 ประการ คือ
- สามารถลดอาการปวดข้อเข่าได้ (decrease pain)
- ทำให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้มากขึ้น (decrease stiffness)
- สามารถชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไปได้ 1-1.5 ปี (Postpone Knee Arthroplasty Surgery)

วิธีการฉีด
คือ ฉีดโดยตรงให้น้ำยาเข้าไปข้างในช่องว่างของข้อเข่าก่อนฉีดแพทย์ อาจจะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณผิวหนังก่อน เพื่อว่าขณะฉีดน้ำข้อเทียมจะได้ ไม่รู้สึกเจ็บแนะนำให้ในผู้เชี่ยวชาญฉีดเท่านั้น โดยฉีด 1 เข็มต่อ 1 สัปดาห์ และควรฉีดติดต่อกันนาน 3-5 สัปดาห์ เพื่อได้ผลการรักษาเต็มที่ ในต่างประเทศมักมีการฉีดถึง 5 เข็มติดต่อกัน ปัจจุบันเริ่มมีการฉีดในผู้ป่วยที่ส่องกล้องรักษาโรคกระดูก
ข้อเสียมี
เช่น การแพ้น้ำข้อเข่าเทียม อาจมีผื่นขึ้นตรงบริเวณที่ฉีดและในเรื่องของราคาที่ยังค่อนข้างสูงอยู่จำได้ว่าเมื่อ 3-4 ปีก่อน ผมเริ่มใช้ฉีดในผู้ป่วยมีบริษัทยานำเข้ามาแค่บริษัทเดียวราคาเกือบสองหมื่นบาท ในปัจจุบัน เนื่องจากมีการรายงาน ผลการรักษาที่ดีจึงมีบริษัทยาผลิตอีกหลายแห่งผลิตออกมาจำหน่ายเพิ่มขึ้น และมีการพัฒนาสารที่ใช้ผลิตดีขึ้นกว่า แต่เหนือสิ่งอื่นใด ภาวะข้อเข่าเสื่อมเป็นเรื่องของธรรมชาติครับ มีปัจจัยก่อโรคหลายสาเหตุมากระตุ้นให้เกิดการอักเสบ และมีอาการปวดขึ้นมาการรักษาจึงไม่ควรที่จะพึ่งการรักษาวิธีใดวิธีเดียว การฉีดน้ำข้อเทียมอย่างเดียวไม่ได้ทำให้โรคหายไปได้ ต้องคิดคำนวณความคุ้มค่าก่อนไปหาหมอให้ฉีดนะครับ


ข้อเข่าเทียมคืออะไร?
มีคนสูงอายุหลายๆ คนในวัฒนธรรมต่างประเทศที่ต้องอยู่คนเดียวครับ ไม่มีคนดูเเล ไม่มีลูกหลานมาเอาใจใส่ เวลามีการเจ็บไข้ได้ป่วยที่มีผลต่อการเดิน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตง่ายๆ จึงเป็นเรื่องใหญ่ เเละสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขาอย่างมากครับ ถ้าเป็นข้อเข่าเสื่อมมากมาก และเริ่มมีอาการปวดเข่าทุกครั้งที่ลงน้ำหนักเดิน ก็มักจะไม่รีรอ หากเห็นว่าการรักษาโดยการผ่าตัด เปลี่ยนข้อเข่าเทียม จะช่วยทำให้พวกเขากลับมาเดินได้คล่องเหมือนเดิม จะไม่รอจนกระทั่งเข่าทรุด หรือ โก่งมากจนเกินไป

มีหลาย หลายเมือง ในต่างประเทศ
ถ้าเรานั่งรถประจำทางเข้าไปจะแปลกใจที่พบว่า ผู้คนที่โดยสารเข้าออกเมืองเหล่านี้ จะเป็นคนสูงอายุทั้งหมด เมืองเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเมืองชายหาด ที่คนที่เกษียณอยู่ตัวคนเดียวมาซื้อไว้อยู่ตอนช่วงบั้นปลายของชีวิตเพื่อพักผ่อน เเละหลีกไกลไม่อยากให้เป็นภาระของลูกหลานอีกต่อไป จากการที่เรามีความรู้ดูเเลสุขภาพมากขึ้น เเละวิทยาการการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็มีมากขึ้น จำนวนคนสูงอายุเหล่านี้ก็มีมากขึ้นเป็นทวีคูณครับ
มีคนสูงอายุหลายๆ คน
ในวัฒนธรรมต่างประเทศที่ต้องอยู่คนเดียวครับ ไม่มีคนดูเเล ไม่มีลูกหลานมาเอาใจใส่ เวลามีการเจ็บไข้ได้ป่วยที่มีผลต่อการเดิน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตง่ายๆ จึงเป็นเรื่องใหญ่ เเละสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขาอย่างมากครับ ถ้าเป็นข้อเข่าเสื่อมมากมาก และเริ่มมีอาการปวดเข่าทุกครั้งที่ลงน้ำหนักเดิน ก็มักจะไม่รีรอ หากเห็นว่าการรักษาโดยการผ่าตัด เปลี่ยนข้อเข่าเทียม จะช่วยทำห้พวกเขากลับมาเดินได้คล่องเหมือนเดิม จะไม่รอจนกระทั่งเข่าทรุด หรือ โก่งมากจนเกินไป ก็จะเป็นคนขอให้แพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้ เพื่อที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ อีกครั้งหนึ่ง ข้อเทียมนั้นทำมาจากโลหะ เเละพลาสติกอย่างดี ในมาตรฐานที่เอาไปใส่ในเนื้อเยื่อมนุษย์ได้ ไม่เกิดการต่อต้าน (Medical Grade) ราคาวัสดุเหล่านี่จึงมีราคาเเพงมากกว่า วัสดุที่เราใช้ทางอุตสาหกรรม (Engineer Grade) โดยที่เราคาดไม่ถึง
การออกเเบบข้อเทียม
จะทำให้เป็นรูปร่างคล้ายเหมือนหรือใกล้เคียงข้อเข่าขอคนเรามากที่สุดครับ ถ้าเรามาดูข้อเข่าของคนเรา ก็จะเห็นว่า ประกอบไปด้วย ส่วนผิวของข้อที่เกิดจากกระดูกต้นขา (Femur) เเละ ปลายขา (Tibia) สัมผัสกัน โดยมีผิวของลูกสะบ้า(Patellar) เป็นตัวเชื่อม ผิวของข้อเหล่านี้ถ้ายังอยู่สภาพดีอยู่จะต้อง เรียบเเละลื่นครับ เพื่อที่ว่า เวลาคนเรา นั่งงอเข่า หรือ เหยียดเข่าผิวสัมผัสที่เคลื่อนไหว จะไม่มีแรงเสียดทานมากจนทำให้เกิดความร้อน เเละการอักเสบทำลายผิวข้อเกิดขึ้น เช่นเดียวกับข้อเข่าเทียมครับ มีการออกแบบมาให้ผิวโลหะเป็นมันวาว คล้ายกระจก สามารถนำมาส่องหน้าหมอผ่าตัดได้เลย นอกจากนั้นเเล้ว เวลามีการเคลื่อนไหวของตัวข้อเที่ยม ผิวโลหะที่เราใส่เข้าไป ก็ไม่ได้สัมผัสกันเองครับ เเต่จะมีพลาสติก (Polyethilene) เรียบลื่นกันมาให้อีกชั้นหนึ่ง


การพัฒนาในการออกเเบบข้อเข่าเทียม
มีมาตลอดเเละดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับรถยนต์ที่มีการออกเเบบมาหน้าตาใหม่ๆ ทุกปี มีสิ่งที่เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอยู่ภายในรถให้เลือกมากขึ้น เช่นเดียวกับข้อเทียมในยุคปัจจุบันที่มีให้เลือกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละคน เช่น รุ่นที่ทำให้เข่างอได้มาก (Maimum Flex and Extension) รุ่นที่การหมุนตัว (Rotation Degree) เหมือนกับข้อเข่าธรรมชาติมากขึ้น รุ่นที่ทำออกมาสำหรับเข่าของเพศหญิงเท่านั้น มีบริษัทชั้นนำทั่วโลกหลายบริษัท หันมาวิจัยและแข่งขันกันผลิตข้อเทียมใหม่กันอย่างมากมาย


ถึงแม้ว่าข้อเข่าจะได้รับการเปลี่ยนข้อเทียมไปแล้ว ก็อย่าไปคิดว่า จะคงทนถาวรอยู่คู่กับเราตลอดไปนะครับ เพราะเมื่อผ่านการใช้งานประจำวันไปเรื่อยๆ ก็จะมีการสึกหรออันเกิดจากเเรงเสียดสีที่ผิวข้อเทียมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น วัสดุข้อเทียมเหล่านี้จึงมีอายุการใช้งาน แต่ไม่ต้องกังวลใจมากนะครับ เพราะการออกแบบได้ถูกตระเตรียมวางแผนรับมือในปัญหานี้อยู่แล้ว เพราะ การสึกหรอจะเกิดขึ้นที่ชั้นพลาสติก เท่านั้น ไม่ใช่ทุกส่วนของข้อเทียม การเปลี่ยนชั้นพลาสติกจึงเป็นการผ่าตัดเล็กๆ เท่านั้นครับ
สิ่งที่จำเป็นในการทำให้ผลของการเปลี่ยนขัอเข่าเทียมได้ผลดี
จำเป็นต้องมีความรู้ในการดูแลถนอมรักษาข้อเข่าเทียมที่ใส่เข้าไปด้วย จะต้องไม่ใช้งานอย่างหักโหมงอเข่านั่งกับพื้นหรือแบกของหนักๆ จะต้องเข้าโปรแกรมในการบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ ห้วเข่าให้แข็งแรงขึ้นทุกคน เพื่อลดแรงกระแทกที่ข้อเทียม ต้องรักษาความสะอาดที่ผิวหนังบริเวณแผลผ่าตัดตลอดไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อ เนื่องจากยังถือว่าข้อเทียมนั้นเป็นสิ่งที่แปลกปลอมของร่างกายไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรมชาติ ตัวมันเองก็พร้อมที่จะถูกกระตุ้นให้ติดเชื้อได้ง่าย เวลาที่เรามีแผลติดเชื้อตามผิวหนัง ฟันผุ หรือมีการถอนฟัน จึงต้องระมัดระวังว่า เชื้อโรคจะวิ่งมาตามกระแสเลือด เเละมาสะสมอยู่บริเวณข้อเข่าเทียม กระตุ้นทำให้เนื่อเยื่อที่หัวเข่าเกิดการติดเชื้อขึ้นมาได้ การทานยาป้องกันการติดเชื้อก่อนไปหาทันตแพทย์ หรือมีแผลที่ผิวหนังก็เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติทุกครั้ง สำหรับคนที่ผ่าเปลี่ยนข้อเข่าไปเเล้วขอให้หมั่นดูเเลตัวเองให้ดีจะได้ใช้ข้อเข่าเทียมได้นานๆครับ


คุณเริ่มเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” แล้วหรือยัง ?
โรค “ข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่มีการทำร้ายผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อเกิดการสึกหรอ ยุบตัวลงมาของข้อเข่า มีกระดูกงอกที่เห็นได้ชัดจาก X-ray มีคนหลายคนกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าถ้าอายุไม่ถึง 60 ปี ไม่มีทางที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ความคิดนี้อาจจะถูกในสมัยก่อน ที่เรามีการใช้ข้อเข่าทำงานน้อย สมัยก่อนที่เรามีการออกเเรง กล้ามเนื้อหัวเข่าอย่างสม่ำเสมอ เเต่ถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดครับ
มีการพบคนเป็นข้อเข่าเสื่อมในอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ ครับ เเน่นอนยิ่งอายุเยอะ ยิ่งมีอัตราการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เเต่ถ้าเราไม่ใส่ใจดูเเลจริงจัง เราอาจจะเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัวครับ


การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 1
หนึ่งในโรคที่คนไทยเป็นกันมาก เรียกได้ว่า ในเกือบทุกครอบครัวจะต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนที่มีอาการจากโรคนี้ไม่มากก็น้อย คือ โรคข้อเข่าเสื่อม มาดูวิธีป้องกัน รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ว่ามีวิธีใดบ้าง
หลังผ่านช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประชากรมีความสุขที่สงครามยุติเสียที เริ่มที่จะผลิตลูกหลานออกมามากขึ้น เราเรียกช่วงเวลานั้นว่า Baby Boom เเละเรียกประชากรที่เกิดในช่วงนี้ว่า Baby Boomer จนกระทั่งราว ปี พ.ศ. 2480-2500 คนทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า จำเป็นต้องควบคุมการผลิต จึงมีการคิดค้นถุงยางอนามัย เเละวิธีคุมกำเนิดใหม่ ๆ ตามมา

