
อาการมือชา ปลายนิ้วมือชา เป็นอาการที่เราพบได้บ่อย เเละถ้าใครมีอาการดังกล่าว ก็มักจะกังวลใจมาก เนื่องจากจะกลัวว่า เส้นประสาทรับความรู้สึกของเราจะไม่กลับมาดีเหมือนเก่าตลอดไป
เส้นประสาทนั้นก็เปรียบเหมือนสายไฟฟ้าที่วิ่งไปมาตามผนังบ้านเรา ที่จะต้องมีตัวต้นกำเนิดจ่ายกระเเสไฟฟ้า ไฟฟ้าก็จะวิ่งไปตามสายไฟ เพื่อทำให้เราสามารถเปิดหลอดนีออนให้สว่างได้ในยามค่ำคืน เส้นประสาทที่เลื้อยไปมาตามเเขนขาของเรา ก็เช่นเดียวกันครับ ต้องคอยรับคำสั่งจากสมอง เเละนำไปกระตุ้นกล้ามเนื้อผิวหนัง เพื่อที่จะทำเเขนขาของเราขยับได้หรือเเม้เเต่รับความรู้สึกจากผิวสัมผัสได้

ช่องที่เส้นประสาทวิ่งผ่านจึงต้องกว้างพอเพื่อให้เส้นเลือดฝอย นำอาหารเข้าไปบำรุงหล่อเลี้ยงเส้นประสาท เนื่องจากเซลประสาทเป็นเซลที่มีชีวิต เเต่อ่อนเเอมาก จำเป็นต้องได้รับการปกป้องเเละบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลาครับ ที่ข้อมือจะมีช่องที่เส้นประสาทเส้นหนึ่งวิ่งผ่าน (Carpal tunnel) เเละมักมีปัญหา จากการที่ช่องนี้ตีบ เเคบ เล็กลง อยู่บ่อยๆ ทำให้เส้นเลือดไม่สามารถนำพาอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลประสาทได้อย่างเต็มที่ มีผลทำให้เซลประสาท เสื่อมถอยหรือตายไป และเพราะว่าเส้นประสาทเส้นนี้ มีหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณด้านหน้าฝ่ามือของนิ้วชี้ กลางและนาง เมื่อเซลประสาทของเส้นประสาทนี้เสื่อมถอยลงมากขึ้น จะมีผลทำให้คนคนนั้น มีความรู้สึกที่เเย่ลงไป เกิดอาการชาที่ปลายนิ้วโดยเฉพาะนิ้วชี้ นิ้วกลางเเละนิ้วนางครับ

อาการ ปลายนิ้วมือชา จากอุโมงค์เส้นประสาทแคบ
อาการที่เป็นเเรกเริ่มนั้นก็คือ จะมีอาการชาที่ปลายนิ้ว (Numbness Feeling) ส่วนใหญ่อาจจะเริ่มที่นิ้วใดนิ้วหนึ่งก่อน เเละมีอาการหลังจากที่มีการใช้งานของข้อมือ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ เช่นนั่งขับรถเเละกำพวงมาลัยเเน่นตลอดเวลา / ขับรถทางไกล / พิมพ์ดีดนานๆติดต่อกันหลายชั่วโมง / ใช้มือยกโทรศัพท์คุยกันนาน
บางคนก็อาจจะมีอาการปวดตามฝ่ามือร้าวย้อนขึ้นไปที่หัวไหล่ (Retrogarde Pain) สุดท้าย ถ้าเส้นประสาทเสื่อมถอยลงมากเเละปล่อยทิ้งไว้ กล้ามเนื้อฝ่ามือก็อาจจะลีบลง ทำให้กำลังของมือลดลง กำสิ่งของไม่เเน่น(Muscle Atrophy and Weakness)
เรามักจะพบอาการตีบของช่องเส้นประสาทข้อมือนี้ในวัยกลางคน เพราะเมื่อคนเราอายุมากขึ้น พังผืดที่เกิดขึ้นบริเวณเส้นเอ็น จะไปรัดเส้นประสาทข้อมือมากขึ้น
ปัญหาการตีบของช่องเส้นประสาทนี้ ยังพบว่ามีความรุนเเรงมากขึ้นในคนที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณนี้บวมมากและจะทำให้เกิดภาวะพังผืดรัดเส้นประสาทได้ง่าย
วิธีป้องกัน ปลายนิ้วมือชา จากอุโมงค์เส้นประสาทแคบ
วิธีการป้องกัน จึงต้องหลีกเลี่ยงบางท่าทางที่อาจจะไปกระตุ้นการอักเสบของเส้นประสาทที่ข้อมือ เช่น การพับข้อมือนาน ๆ การนั่งท้าวคาง บางคนอาจจะจำเป็นต้องทานยาเเก้อักเสบ เพื่อลดอาการบวมของเส้นประสาท ทานวิตามิน B เสริม เพื่อกระตุ้นไม่ให้เซลประสาทเสื่อมลง เเต่ถ้าเส้นประสาทเสื่อมถอยลงมากเกินไป การทานยาอาจจะไม่ทำให้เส้นประสาทฟื้นคืนมาได้ จำเป็นต้องได้รับ การรักษาวิธีสุดท้ายคือการผ่าตัด

การรักษา ปลายนิ้วมือชา จากอุโมงค์เส้นประสาทแคบ
การผ่าตัดเป็นการเข้าไป ขยายช่องที่เส้นประสาทนี้วิ่งผ่านบริเวณข้อมือ การเปิดหลังคาของช่องเส้นประสาท ทำให้เส้นเลือดเเดงสามารถวิ่งเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลประสาทได้ใหม่
ปัจจุบันมีการผ่าตัด 2 วิธี คือ การส่องกล้องเข้าไปตัด เเละ วิธีมาตรฐานที่ได้ผลดีกว่า คือ การเปิดผ่าตัดเเบบปกติ ซึ่งจะมีรอยบนฝ่ามือมากกว่าการส่องกล้องผ่าตัดนิดหน่อยครับ ข้อสำคัญการผ่าตัดชนิดนี้ถือว่าเป็นการผ่าตัดเล็กครับ ใช้เวลาไม่นานประมาณ 20-30 นาทีเเละสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีดได้ในการควบคุมความรู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัดเเละผู้ป่วยสามารถที่จะเลือกไม่นอนโรงพยาบาลก็ได้ครับ
เส้นประสาทที่ได้รับการเปิดช่องจะมีโอกาสฟื้นฟูกลับมาดีเหมือนเก่า เเต่ว่าไม่ใช่สำหรับทุกคนนะครับ เพราะบางคนอาจมีเซลประสาทเสื่อมลงมากเกินไป เซลประสาทบริเวณนั้นตายมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการละเลย ทิ้งปัญหา หรือ อาจจะกลัวการผ่าตัดมาก จนทิ้งให้มีอาการชาที่นิ้วนานเกินไป จนสุดที่จะเเก้ไขได้
ผลไม้ที่สุกเเล้วก็ต้องเด็ดมาทาน หากปล่อยเอาไว้นานก็จะเน่าคาต้น เปรียบเสมือนการรักษาด้วยการผ่าตัดสำหรับโรคชนิดนี้ครับ ถ้ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ในเรื่องของการผ่าตัดหมายความว่า มีโอกาสกำไรมากกว่าขาดทุน ก็จำเป็นต้องทำเพื่อการฟื้นฟูเส้นประสาทที่สมบูรณ์ขึ้น




