
คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 1
คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง?
โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มีการทำร้ายผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อเกิดการสึกหรอ ยุบตัวลงมาของข้อเข่า มีกระดูกงอกที่เห็นได้ชัดจาก X-Ray มีคนหลายคนกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าถ้าอายุไม่ถึง 60 ปี ไม่มีทางที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ความคิดนี้อาจจะถูกในสมัยก่อน ที่เรามีการใช้ข้อเข่าทำงานน้อย สมัยก่อนที่เรามีการออกเเรง กล้ามเนื้อหัวเข่า อย่างสม่ำเสมอ เเต่ถ้าเป็น ในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด มีการพบคนเป็นข้อเข่าเสื่อมในอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ เเน่นอนยิ่งอายุเยอะ ยิ่งมีอัตราการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เเต่ถ้าเราไม่ใส่ใจดูเเลจริงจัง เราอาจจะเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว ครับ
อาการของข้อเข่าเสื่อมเเบ่งเป็น 6 ขั้น เรียงจากเป็นน้อยๆ ไปหามาก ดังนี้ ครับ
ระยะที่หนึ่ง ระยะนี้ความจริงยังไม่ถือว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม เหตุเพราะผิวข้อเข่า ยังไม่สึกกร่อน ผิวกระดูกอ่อนเรียบดี ตามที่เราได้บอกนิยามการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ว่า ต้องมีการสึกกร่อนของผิวกระดูกอ่อนก่อน เเต่อาการระยะเเรกนี้ ถือว่า สำคัญที่สุด เพราะถ้าเราตรวจสอบได้ก่อน เเละรีบเเก้ไข เราก็จะสามารถหยุดขบวนการที่ทำให้เป็นโรคเข่าสื่อมได้ อาการที่ว่านี้คือ อาการเมื่อยล้าที่น่องเเละต้นขาครับ คนไข้จะเมื่อย เเต่ไม่ถึงกับปวด ยังสามารถเดินได้ตามปกติดี ตกกลางคืนจะมีอาการเมื่อยล้าเเบบน่ารำคาญ นอนไม่หลับ ใครที่เเต่งงานเเล้วก็อาจจะขอให้คู่ของตนช่วยนวดที่ขาให้หน่อย ถ้ามีลูกทีโตพอจะใช้งาน ก็จะถูกใช้ให้จับเส้น นวดเบาให้เกือบทุกคืน อาการที่เป็นจะไม่สัมพันธ์กับความหนักเบาของการทำงาน เช่น บางคนไม่ได้เดินมาก นั่งเฉยๆทั้งวันก็มีอาการเมื่อยล้าได้
อาการเเรกเริ่มนี้ ยังพบได้ในคนที่ไม่ได้ค่อยชอบออกกำลังกาย ไม่เล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งจะมีการออกกำลังกายตามเเฟชั่นบ้าง เป็นครั้งคราว เช่น การเต้นเเอโรบิค โยคะ เเต่เพราะไม่ได้บริหารกล้ามเนื้อเหนือหัวเข่าดีพอหรือสม่ำเสมอ พอความทนเเละความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อจะถดถอยเเละน้อยลงเรื่อยๆ ยิ่งบวกกับการที่กล้ามเนื้อต้นขาเเละน่องต้องทำงานซ้ำซากจำเจในช่วงกลางวัน เช่น นั่งงอเข่านานๆ จะทำให้เกิดการอักเสบเล็กๆน้อยๆ สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อ ตกตอนเย็นเมื่อการอักเสบกล้ามเนื้อมีมากพอ คนไข้จึงเริ่มเมื่อยล้า โดยเหตุนี้จึงมีอาการเฉพาะตอนกลางคืน ตื่นเช้าก็จะดีขึ้น เพราะกล้ามเนื้อได้พักผ่อนคลายมาทั้งคืน บางคนจึงมักติดนวด(เเผนโบราณนะครับ) ตลอดเวลา เดินเที่ยวห้างไกลมากหน่อย กลับมาก็จะเมื่อยล้ามาก
ข้อสังเกตอาการเมื่อยล้าที่เกิดจากภาวะ ความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อถดถอย ก็คือมักจะมีอาการ ทั้งสองข้างพร้อมๆกัน โดยเฉพาะจะเป็นตำเเหน่งใกล้เคียงกัน บางคนไปหาหมอกระดูก ได้ยาเเก้อักเสบมาทานก็จะดีขึ้น เเต่พอหมดฤทธิ์ยา 2-3สัปดาห์ อาการเมื่อยล้าก็จะกลับมาใหม่ไม่หายขาด ด้วยเหตุที่การทานยาไม่ได้ไปเเก้ ต้นเหตุของการอักเสบ เพราะสภาพความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อประคองเข่ายังไม่เเข็งเเรงเหมือนเดิม ต้องนั่งงอเข่านานๆเหมือนเดิม อาการเมื่อยล้าจึงยังคงอยู่เหมือนเดิม
เมื่อกล้ามเนื้อล้ามากขึ้น เวลาขึ้นบันลงบันได จะเริ่มมีเสียงเข่าลั่นเเละดังมาก จนคนอื่นได้ยิน เหตุเพราะกล้ามเนื้อส่วนขา ต้องออกเเรงมากขึ้นในการเคลื่อนไหว ความตึงของเอ็นที่ขึงจะตึงเพิ่มขึ้น ดังนั้นเวลาเคลื่อนไหวเอ็น เเละกล้ามเนื้อขาเหล่านี้จะเสียดสีกันจนเกิดเสียงดังมากขึ้น ถ้ามีการเคลื่อนไหวข้ออยู่บ่อย เช่น การปั่นจักรยาน การเดินนานๆ การเต้นเเอโรบิค ก็อาจจะเริ่มมีการเสียดสีผิวกระดูกอ่อนข้อทำให้ข้อสึกเพิ่มขึ้นเกิดการอักเสบ เเละก่อให้เกิดอาการในขั้นสองต่อไป จะเห็นว่า อาการระยะที่หนึ่งนั้น คนหนุ่มสาวก็มีสิทธิ์เป็นได้ เพราะฉะนั้นอย่าประมาทรีบหมั่นดูเเลกล้ามเนื้อประคองเข่าตั้งเเต่ตอนนี้ดีกว่า
สบายกาย คลายปวดเข่าครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 2
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 3
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 4
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 5
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 6

คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง? ตอนที่ 2
คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง
2 ระยะที่สอง คือ อาการปวด บวม เเดง ร้อน ที่ข้อเข่า อาการปวดที่เกิดขึ้นจะปวดน้อย ๆก่อน ไม่รุนเเรง มักจะเกิดขึ้น เนื่องจาก คนไข้บังเอิญมีกิจกรรมที่ต้องใช้ เข่ามากกว่าปกติหน่อย เช่น เดินไกลมากขึ้น นั่งในรถนานๆ ไปต่างจังหวัด สะดุดเเต่ไม่ล้ม เดินในที่ที่ไม่เรียบ เช่น เดินในสวนที่บ้าน หรือ เดินเล่นกอล์ฟ พอวันรุ่งขึ้น จะมีอาการปวด บวม ตามเเนวของข้อเข่า เมื่อเอามือไปสัมผัสที่ผิวหนังบริเวณนี้ จะรู้สึกว่า อุ่นขึ้น ยืนในที่สว่างๆเปรียบเทียบสีผิวของเข่าทั้งสองข้าง ข้างที่ปวดจะเเดงกล่ำมากกว่าอย่างชัดเจน

คุณผู้หญิงที่มีอายุมากหน่อย เเต่ยังมีไฟอยู่ ชอบไปเดินเที่ยวห้าง ก็มักจะมีอาการปวดเป็นๆ หายๆเป็นครั้งคราวทำให้ น่ารำคาญใจ ไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยสะดวก คนสูงอายุที่ชอบไปเที่ยวตามเมืองนอกที่ต้องใช้เข่าเดินไปไกลๆ ในแต่ละสถานที่ ก็มักจะมีปัญหาที่ข้อเข่ากลับมาด้วยทุกครั้ง

ตัวอย่าง เช่น การไปเที่ยวเมืองจีน ดู กำเเพงเมืองจีน ก็เป็นตารางท่องเที่ยวที่ทุกคนที่ไปไม่อยากพลาด โดยเฉพาะคนสูงอายุ เวลาเห็นพวกเพื่อนๆเดินได้ ก็จะเดินตามถึงไหนถึงกัน กำเเพงเมืองจีนนั้น ถ้าใครเคยได้ไป จะเห็นว่า เเต่ละขั้นจะมีขนาดที่ใหญ่มาก ความชันในบางจุดก็สูงมากจนเเทบจะต้องไต่ขึ้นไป เวลาเดินไปที่แต่ละป้อมก็แสนไกล พอกลับมาถึงเมืองไทยวันรุ่งขึ้น เข่าก็อาจจะเริ่มบวม และปวดมากขึ้น เวลาลงน้ำหนักเดินก็จะไม่ถนัด ต้องนั่งรถเข็น เมือไปพบแพทย์กระดูก ก็อาจจะได้รับข่าวที่ไม่ชอบ ที่ว่าเราอาจเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
สิ่งที่ผู้ป่วยมักจะทำผิด เวลาเกิดการอักเสบที่หัวเข่า ปวดเข่า คือ การไปประคบร้อน หรืออุ่นมากๆที่ข้อเข่า ทำให้เข่ามีอาการอักเสบมากขึ้น ต้องเข้าใจว่าการอักเสบที่เกิดขึ้น นั้นจะทำให้เกิดการบวมเเดงร้อนมากขึ้นที่ผิวหนังรอบหัวเข่าอยู่เเล้วครับ การประคบร้อน หรือบางคนก็ไปนวดจะทำให้ เกิดอาการปวดเข่ามากขึ้นจนเดินไม่ไหว เราจึงควรประคบเย็นมากกว่า เพื่อคลายการอักเสบลงมา โดยเฉพาะความร้อนที่สะสมในข้อเข่าอยู่ ซึ่งจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในนักกีฬาที่วิ่งจนกล้ามเนื้อเกร็ง ตึง จนออกซิเจนในกล้ามเนื่อไม่ค่อยมี กลุ่มนั้นสามารถประคบร้อน หรืออุ่นได้
มีโรคปวดข้อเข่า อีกโรคหนึ่งที่ผู้ป่วยมักจะสับสน คิดว่า เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม เเต่ความจริงแล้วไม่ใช่ โรคนี้จะมีลักษณะที่คล้ายกันมากกับข้อเข่าเสื่อมแต่อาการเป็นหนักกว่า และเร็วกว่า เช่นปวดข้อเข่ามากกว่า บวมมากกว่าเเละข้อสำคัญ คือ ผิวหนังร้อนมากกว่า อาการปวดมากจนคนไข้บรรยายว่า ปวดจนนอนไม่หลับ เดินไม่ได้ โรคที่ว่าคือโรคเก๊าท์เข้าข้อเข่าครับ โรคนี้มีสาเหตุที่เกิดจากอาหารประเภทโปรตีนสูง (สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ถั่ว ทุกชนิด ยอดผัก อัลกอฮอล์) ที่เราทาน เข้าไปมากมาก แล้วร่างกายจะย่อยสลายเป็นกรดยูริค ในบางคน ร่างกายอาจจะมีภาวะในการย่อยสลายที่ผิดปกติ ทำให้สารยูริค เกิดการสะสมในข้อต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ข้อเข่า เมื่อมีการกระตุ้นเพียงเล็กๆน้อยๆ เช่น ใส่รองเท้าใหม่ไปเดินไม่ถนัด ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการปวดที่ข้อเข่า อย่างเฉียบพลันได้
การรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมในขั้นนี้ คือ การลดอาการอักเสบเร็วๆ พักการใช้งาน หยุดการเดิน นานๆ ถ้าไปพบเเพทย์ในช่วงนี้ ผู้ป่วยก็อาจจะได้รับยาเเก้อักเสบมา รวมทั้งคำเเนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม
สบายกายคลายปวดเข่า
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 1
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 3
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 4
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 5
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 6

คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 6
สาเหตุที่เดินไม่ได้
6.อาการเข่าเสื่อม ทุกๆระยะ ที่ผมกล่าวถึง ในตอนที่ผ่านมานั้น(ตอนที่ 1-5 ) เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า ทำให้คุณภาพชีวิตของคนที่เป็นแย่ลงเรื่อยๆครับ จะเดินไปเที่ยวไกลๆก็ไม่มีความมั่นใจ ลูกหลานจะพาไปทานข้าวเย็นนอกบ้าน ก็อ้างว่า ไม่ชอบไป อาหารราคาแพง ไม่อร่อย คนพลุกพล่าน แต่ความจริงกลัวว่า เข่าจะปวด จะเป็นภาระให้ลูกหลานในการหาห้องน้ำห้องท่าให้ ยิ่งคนที่เป็น ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย อายุเพียงแค่ 50 ปีต้นๆ ยิ่งแล้วใหญ่ สุขภาพร่างกายทั่วไปยังแข็งแรงอยู่ ทุกอย่างใช้ได้หมด แต่เข่าทรุดโทรมไปมาก จนมีอาการถึงขั้นสุดท้าย ที่เราเรียกว่า เป็นอาการขั้นที่ 6 คือ ลงน้ำหนักเดินไม่ได้(unable on weight walking)

สาเหตุหลักๆที่ทำให้คนที่เป็นข้อเข่าเสื่อม
เดินไม่ได้ในระยะสุดท้ายนี้ มีสองสาเหตุครับสาเหตุแรกเป็นสิ่งที่คนทั่วไป และแพทย์ทราบกันเป็นอย่างดีแล้ว คือ เรื่องของอาการอักเสบข้อเข่า ทำให้มีอาการปวดเข่ามากทุกครั้งที่ลงน้ำหนักเดิน จนพาลให้ไม่อยากเดินไปไหน ส่วนสาเหตุที่สองนั้น เป็นสาเหตุที่สำคัญมากกว่า ครับ เพราะถึงแม้ว่าจะมีการรักษาโดยวิธีการผ่าตัดด้วยการ ปรับกระดูกเข่าให้ตรงขึ้น(High Tibial Osteotomy) หรือการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม( Total Knee Replacement) ซึ่งจะแก้ไขอาการอักเสบ อาการปวดเข่าได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว แต่ถ้าไม่แก้สาเหตุที่สองด้วย ก็จะทำให้ได้ผลสำเร็จของผ่าตัดไม่เต็มที่ครับ สาเหตุที่สองนั่นก็คือ ภาวะกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าที่อ่อนแอลงไป โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว(Quadricep Muscle Atrophy)
เราลองสังเกตุเข่าที่เป็นข้อเข่าเสื่อมดูดีๆนะครับ เราจะเห็นว่า นอกจากอาการปวดเข่าเวลาขึ้นบันไดแล้ว เข่าข้างที่เป็นจะรู้สึกไม่มีแรง ยันตัวขึ้นบันไดไม่ค่อยได้ ความจริงแล้ว การที่กล้ามเนื้อเข่าอ่อนแอลงไปนั้น สามารถพบได้ตั้งแต่ตอนที่เริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมใหม่ๆครับ จนทางการแพทย์ได้ไปศึกษา และพบว่า กล้ามเนื้อข้อเข่าที่อ่อนแอนั้น อาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนเป็นข้อเข่าเสื่อม อีกทั้งยังพบว่า เราพบว่าคนที่มีอาการของข้อเข่าเสื่อมอยู่แล้วและมีกล้ามเนื้อข้อเข่าไม่แข็งแรงนั้น จะมีโอกาสเป็นข้อเข่าเสื่อมในระยะสุดท้ายเร็วกว่า หลายเท่าครับ
ผลเสียของการข้อเข่าเสื่อมในระยะนี้ที่ทำให้ ผู้ป่วยเดินไม่ได้ ไม่ยอมเดินนานๆ ทำให้ ถ้ามีแผลกดทับ(pressure wound)บริเวณสะโพก แผลจะไม่ยอมหาย มีโอกาสลุกลามใหญ่โต จนแผลกินลึกถึงกระดูก นอกจากนั้นแล้ว ยังก่อให้เกิดการมีโอกาสที่จะติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่าย เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ปอดจะขยายตัวน้อยลงตามไปด้วย การขับอากาศเสียจากปอดน้อยลง มีผลทำให้เชื้อโรคตกค้างในปอดได้ง่าย
ถ้าเป็นระยะนี้ ก็ต้องรีบรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement Surgery) และรีบกระตุ้นให้ผู้ป่วยทำกายภาพ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรง ใช้งานประจำวันตามวัยได้เหมือนเก่าเร็วๆครับ

คุณเป็นข้อเข่าเสื่อมระยะนี้แล้วหรือยัง ถ้ายังต้องรีบรักษา ก่อนเป็นถึงระยะนี้
สบายกายคลายปวดเข่า
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 1
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 2
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 3
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 4
บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยัง? ตอนที่ 5

รองช้ำ
รองช้ำ
มีอาการอย่างหนึ่งที่ทุกคนในเมืองใหญ่บนโลกนี้มีโอกาสเป็นเหมือนกัน ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะมีการใช้เท้าของเราหนักหนาเพียงใด และเหมาะสมเพียงใดครับนั่นคือ อาการปวดส้นเท้าจากโรครองช้ำที่ฝ่าเท้า

อาการที่เด่นชัดของโรคนี้จะเกิดขึ้นทุกเช้าที่ผู้ป่วยตื่นขึ้นมา เมื่อใช้เท้าเหยียบพื้นในจังหวะก้าวแรกที่เดิน คนที่มีอาการรองช้ำจะมีอาการปวดบริเวณส้นเท้ามากขึ้นมาทันที จนเดินเขย่งเกร็งกอยไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเดินนานขึ้นอาการเจ็บส้นเท้าจะค่อยๆลดลงจนเหมือนไม่ได้เป็นอะไร แต่ทุกครั้งที่หยุดเดิน นั่งนานๆ เวลาจะเดินใหม่อีกครั้งก็จะเริ่มเจ็บที่ส้นเท้ามากเหมือนเดิมตอนเช้า จนดูเหมือนว่าจะไม่มีทางที่จะหายได้ และเมื่ออาการลุกลามมากขึ้น ก็จะมีอาการปวดมากขึ้นอาการก็จะมีลักษณะผิดแปลกไปจากเดิม ตรงที่ว่าเมื่อเดินไปนานๆ จะไม่หายเจ็บเหมือนเก่าแล้ว

สาเหตุ
โรครองช้ำที่กล้ามเนื้อฝ่าเท้านั้น เกิดจากการที่กล้ามเนื้อฝ่าเท้า มีความอ่อนแอมากจนกระทั่งไม่สามารถรับน้ำหนักตัวในชีวิตประจำวันได้ เส้นใยกล้ามเนื้อเกิดการฉีกขาดซ้ำๆที่เดิม จนเป็นรอยแผลเป็น หรือพังผืดที่เส้นใยของกล้ามเนื้อนั้น
ทำไมกล้ามเนื้อฝ่าเท้าที่คนในเองใช้งานอยู่ประจำ จึงเกิดความอ่อนแอขึ้นมาได้ทั้งๆที่คนเราก็เดินทุกวันเหตุผลมีดังนี้ ถึงแม้ว่าคนในเมืองจะใช้เท้าเดินอยู่ทุกวันเหมือนกับคนในชนบท แต่เป็นแค่เพียงการใช้งานเท่านั้นไม่ใช่การบริหาร เนื่องจากการใช้เท้าของคนในเมือง แตกต่างจากคนที่อยู่ในชนบทมากมาย คนในเมืองเดินพื้นที่เเข็งเรียบและการใส่รองเท้าที่พื้นแข็งติดต่อกันหลายชั่วโมง
การที่เท้าของเรา ต้องอยู่ในรองเท้าที่พื้นรองเท้ามีความแข็งตลอดเวลา อย่างน้อยก็ 8 ชั่วโมงต่อวัน กล้ามเนิ้อเล็กๆที่ฝ่าเท้าบางส่วนจึงไม่เคยได้บริหาร จนกระทั้งถึงวันนึงกล้ามเนื้อที่เท้าก็จะอ่อนแอ และวันดีคืนดีเมื่อมีการใช้งานหนักมากๆ กล้ามเนื้อฝ่าเท้าที่ส้นก็จะเกิดการฉีกขาดและอักเสบตามมา เป็นซ้ำไปมาหลายรอบในเมื่อต้นเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อฝ่าเท้าที่อ่อนแอลง การหายจากโรคนี้จึงยากมาก ถ้าไม่ฟื้นฟูให้กล้ามเนื้อฝ่าเท้าแข็งแรงขึ้นมา
การรักษา
การทานยาเเก้อักเสบนั้น อาจจะลดอาการเจ็บปวดที่ส้นได้แค่ในระยะแรกเท่านั้น แต่เมื่อทานยาครบ หนึ่งถึงสองสัปดาห์อาการก็จะกลับมาใหม่ครับ การทานยานานๆก็จะมีปัญหาเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจจะตามมาเป็นของแถมคือการมีแผลในกระเพาะอาหาร บางคนที่เป็นโรคนี้หลายรอบ การทานยาอาจจะไม่ได้ช่วยลดอาการเจ็บปวด จนจำเป็นต้องฉีดยาที่มีส่วนผสมของสารสเตอรอยด์เข้าไปในจุดที่เจ็บที่สุดของส้นเท้า
การฉีดยาที่มีสารสเตอรอยด์นี้บางคนก็อาจจะกลัว เนื่องจากการรับข้อมูลข่าวสารว่าเป็นยาอันตรายที่มักจะผสมอยู่ในยาแก้ปวดและยาลูกกลอนทั่วไป ในความเป็นจริงยาทุกตัวเป็นสิ่งที่อันตรายหมด ถ้าหากว่ามีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและไม่ได้ใช้โดยผู้เชี่ยวชาญ
แตกต่างจากยารับประทาน จะลดอาการอักเสบของร่างกายได้ทุกส่วนเพราะ หลังจากที่เรารับประทานยาลงไป ก็จะเกิดการย่อยและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แต่ยาฉีดตัวนี้ เป็นยาเฉพาะที่ที่จะไปลดอาการอักเสบในพื้นที่ที่เราฉีดไม่เกิน 2-3 ตารางเซนติเมตร และแทบจะไม่ส่งผลต่อร่างกายส่วนอื่นๆ เรียกว่าถ้ามีอาการอักเสบที่จุดอื่นของร่างกายก็จะไม่สามารถลดอาการอักเสบได้ เนื่องจากเป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุด แพทย์จึงสามารถนำยาชนิดนี้ไปฉีดในคนไข้ที่ตั้งครรภ์ที่มีอาการเจ็บเเละอักเสบจากรองช้ำได้นั่นก็หมายความว่ายาฉีดชนิดนี้ มีความปลอดภัยพอสมควร
ยาฉีดตัวนี้โดยทั่วไปจะมีฤทธ์ถึง 3 เดือน ถ้ายาหมดฤทธ์แล้วกล้ามเนื้อฝ่าเท้ายังไม่แข็งแรง เราก็จะกลับมาปวดที่ส้นเท้าใหม่
ในบางคนที่ปล่อยให้เป็นอยู่นานก็อาจจจะเกิดหินปูนเข้าไปเกาะที่กระดูกส้นเท้านั้น ทำให้เวลาเดิน จะมีเหมือนหนามแหลมเข้าไปทิ่มตำที่ส้นเท้าตลอดเวลา และถ้าหินปูนหนาและยาวมากขึ้น จนการรักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล ก็จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัดและใช้เรื่องมือกรอหินปูนเพื่อเอาหินปูนออกเท่านั้น


การรักษาโรครองช้ำโดยการผ่าตัด เป็นการรักษาที่ต้นเหตุของโรคได้ผลดีมาก โดยการผ่าตัดเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อส้นเท้าที่มีพังผืดแผลเป็น ซึ่งเป็นผลจากการที่มีการอักเสบติดต่อกันเป็นเวลานาน การผ่าตัดจะเข้าไปเลาะพังผืด กรอกระดูกงอกให้หายไป รวมทั้งมีการย้ายตำแหน่งจุดเกาะของกล้ามเนื้อฝ่าเท้า ทำให้หายจากโรค และป้องกันการฉีกซ้ำของกล้ามเนื้อส้นท้า ที่เป็นต้นเหตุของโรครองช้ำ
ผู้ที่เหมาะสมในการรักษา
1.ผู้ป่วยโรครองช้ำเรื้อรัง
2.ผู้ป่วยโรครองช้ำที่มีกระดูกงอกที่ส้นเท้า
3.ผู้ป่วยโรครองช้ำที่ได้รับการฉีดยาสเตอรอยด์มาหลายครั้งแต่ไม่หายขาด
4.ผู้ป่วยโรครองช้ำที่ไม่สามารถทานยาแก้อักเสบติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ
5.ผู้ป่วยโรครองช้ำที่เริ่มเดินนานๆไม่ได้ เดินตัวโยกมีอาการปวดหลัง

ถ้าไม่อยากผ่าตัดก็ต้องไม่เป็นโรคนี้ เราควรหาเวลาถอดรองเท้าแข็งๆออกจากเท้าของเราไปบ้าง และพยายามลงมาเดินเท้าเปลือยที่พื้นดิน หรือพื้นหญ้าที่มีลักษณะพื้นผิวที่ไม่ค่อยเรียบมากนัก กล้ามเนื้อฝ่าเท้าของท่านก็อาจจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเก่า กล้ามเนื้อที่อักเสบทุกวันจากการเดินธรรมดา ก็จะได้มีเวลาพักฟื้น และกลับมาเดินได้ดีเหมือนเก่าทุกเช้าหรือทุกๆวัน


ปมเส้นประสาทนิ้วเท้าอักเสบ กับ รองเท้าส้นสูง
ปมเส้นประสาทนิ้วเท้าอักเสบกับ รองเท้าส้นสูง
คุณสาวๆที่อยากสวย หรืออาจเป็นเพราะหน้าที่การงานบีบบังคับ จึงจำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูง ปลายรองเท้าแหลมเปี้ยบ อาจจะต้องเสี่ยงผจญภัยกับโรคที่มากับรองเท้าส้นสูงนี้ครับ นั่นคือ ปมประสาทนิ้วเท้าอักเสบ หรือ Morton’s Neuroma เส้นประสาทอักเสบจนกลายเป็นเนื้องอกของเส้นประสาทขึ้นมา

ปมเส้นประสาทนิ้วเท้าอักเสบหรือ Morton ‘s Neuroma จะทำให้เจ้าของเท้ามีอาการปวดมาก เวลาเดินโดยมักเป็นบริเวณโคนนิ้วเท้าที่สามและสี่ เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าช่องนิ้วอื่นๆ ทำให้ง่ายต่อการกระทบกระเทือน เวลาที่สาวๆใส่รองเท้าแคบๆส้นสูง หรือ กลุ่มที่ไม่ค่อยมีอุ้งเท้าคือมีพื้นเท้าแบนติดพื้นห้องเวลาเหยียบ เส้นประสาทเส้นนี้ก็จะถูกกดทับได้ง่ายขึ้น

เนื่องจากเส้นประสาทเส้นนี้ มีหน้าที่รับความรู้สึก ดังนั้นเวลาถูกกระทบกระเทือนหรือถูกเบียด เจ้าของเท้าจะมีความรู้สึกเสียว เจ็บ เหมือนไฟช็อต ไม่อยากให้ใครมาแตะถูกผิวเท้าบริเวณนี้ โดยเฉพาะด้านใต้ฝ่าเท้า และจะเจ็บมากขึ้นเมื่อเดินไปนานๆ จนเดินต่อไปไม่ไหว ถ้าลองกำและบีบปลายเท้าแรงๆหรือเคาะบริเวณระหว่างโคนนิ้วที่สามและสี่ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บ เสียว แปล้บ มาที่ปลายนิ้วเท้าทั้งสองและแทบจะจับมือหมอออกไม่ให้มาแตะบริเวณที่อักเสบ
การวินิจฉัย
จำเป็นต้องมีการ X-Ray เพื่อดูรูปร่างของกระดูกเท้า แต่การจะเห็นเส้นประสาทที่อักเสบแล้วบวมขึ้นนั้นจำเป็นต้องมีการทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging) หรือการใช้คลื่นแม่เหล็กสแกนภาพแบบสามมิติเพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นโรคนี้จริงๆ
การรักษา
เริ่มตั้งการทานยาเปลี่ยนรูปแบบของรองเท้าที่ดูอาจจะไม่สวยแต่ดีต่อสุขภาพเท้า การฉีดยาลดอาการอักเสบแต่ถ้าเป็นเรื้อรังมานานมักจะไม่ค่อยได้ผลสุดท้ายทางเลือกที่ดีที่สุด คือการผ่าตัดเล็กเอาเส้นประสาทที่เสียหายถาวรไม่ฟื้นคืน จนกลายเป็นเนื้องอกแบบนี้ออกให้หมด


การผ่าตัด
มักจะผ่าจากหลังเท้า มากกว่าใต้ฝ่าเท้าด้วยเหตุผลของความสะอาดในการดูแลแผล การผ่าตัดต้องควบคุมความรู้สึก โดยการบล็อคหลัง (Spinal Anesthesia) หรือให้หลับไปชั่วคราว (General Anesthesia) ใช้เวลาผ่าตัดไม่นานประมาณ 20 -30 นาที หลังผ่าตัดนอนพักสักหนึ่งวันเดินลงน้ำหนักที่ส้น ใช้ไหมละลายเย็บทำให้ไม่ต้องตัดไหม แผลโดนน้ำได้ หลัง 7-10 วันหรือ ปิดพลาสเตอร์กันน้ำไว้
หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะหายจากอาการเจ็บเส้นประสาทในทันที และจะไม่รู้สึกบริเวณผิวหนังขอบนิ้วที่สามและสี่ด้วย เพราะไม่มีเส้นประสาทที่รับความรู้สึก เมื่อกาลเวลาผ่านไปผิวหนังบริเวณนี้ อาจจะกลับมารู้สึกได้บ้าง เพราะเส้นประสาทที่อยู่นิ้วข้างเคียงส่งมาเลี้ยง
ก็ต้องเลือกเอาว่าคุณสาวๆ จะยอมเจ็บจนถึงขั้นต้องผ่าตัดเพื่อความสวยหรือไม่เรื่องนี้ หมอเลือกให้ไม่ได้เพราะเป็นความสุขส่วนตัวของสาวๆ ใครก็คงห้ามไม่ได้แล้วล่ะ


สามเดือน รองเท้าปรับโครงสร้าง ช่วยปรับโครงสร้างร่างกายดิฉัน ให้กลับมาเป็นปกติได้
หลังจากการตรวจ X-Ray จึงทราบว่า ร่างกายที่ใช้งานมาเยอะมาก จนทำให้โครงสร้างร่างกายทรุดลง โชคดีที่รู้จัก Bangkok Advanced Clinics และได้ทำรองเท้าปรับโครงสร้าง ผ่านไป 3 เดือน โครงสร้างกลับมาเกือบเป็นปกติเหมือนเดิม ดีใจมากค่ะ

ปวดหลังร้าวลงขา!! ไปนวดแผนโบราณ กายภาพ ก็ไม่หาย!!
มีอาการปวดเรื้อรังมา 2-3 ปี ไปนวดแผนโบราณ กายภาพ ก็ไม่หาย มาหาหมอ X-Ray ดูถึงพบว่ากระดูกเชิงกรานไม่เท่ากัน!!

คุณเริ่มเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” แล้วหรือยัง ?
โรค “ข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่มีการทำร้ายผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อเกิดการสึกหรอ ยุบตัวลงมาของข้อเข่า มีกระดูกงอกที่เห็นได้ชัดจาก X-ray มีคนหลายคนกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าถ้าอายุไม่ถึง 60 ปี ไม่มีทางที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ความคิดนี้อาจจะถูกในสมัยก่อน ที่เรามีการใช้ข้อเข่าทำงานน้อย สมัยก่อนที่เรามีการออกเเรง กล้ามเนื้อหัวเข่าอย่างสม่ำเสมอ เเต่ถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดครับ
มีการพบคนเป็นข้อเข่าเสื่อมในอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ ครับ เเน่นอนยิ่งอายุเยอะ ยิ่งมีอัตราการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เเต่ถ้าเราไม่ใส่ใจดูเเลจริงจัง เราอาจจะเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัวครับ


การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 1
หนึ่งในโรคที่คนไทยเป็นกันมาก เรียกได้ว่า ในเกือบทุกครอบครัวจะต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนที่มีอาการจากโรคนี้ไม่มากก็น้อย คือ โรคข้อเข่าเสื่อม มาดูวิธีป้องกัน รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ว่ามีวิธีใดบ้าง
หลังผ่านช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประชากรมีความสุขที่สงครามยุติเสียที เริ่มที่จะผลิตลูกหลานออกมามากขึ้น เราเรียกช่วงเวลานั้นว่า Baby Boom เเละเรียกประชากรที่เกิดในช่วงนี้ว่า Baby Boomer จนกระทั่งราว ปี พ.ศ. 2480-2500 คนทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า จำเป็นต้องควบคุมการผลิต จึงมีการคิดค้นถุงยางอนามัย เเละวิธีคุมกำเนิดใหม่ ๆ ตามมา


Insole : แผ่นรองรองเท้าปรับโครงสร้าง
อาการปวดหลังที่เรื้อรัง บางครั้งอาจจะมkสาเหตุที่คาดไม่ถึง และถูกซ่อนมาเนิ่นนาน อย่างเช่น การมีโครงสร้างที่ไม่สมดุล ยืน หรือเดินตัวเอียง หลังบิด คด เบี้ยว ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป โครงสร้างกระดูกสันหลังก็จะมีการเปลี่ยนแปลงทำให้ลุกลามเป็นมากขึ้นได้ การใฃ้รองเท้าปรับโครงสร้างให้สมดุลเฉพาะบุคคล หรือ Custom made body balancing shoe and insole สามารถ รักษา ปรับโครงสร้างที่เสียไป ค่อยๆกลับมาสมดุลใหม่ โดยการวิเคระห์ข้อมูลโครงสร้างร้างกายอย่างละเอียด ด้วย เอกเรย์โครงสร้าง การสร้างโมเดลแบบจำลองของเท้า และวิเคราะห์ข้อมูลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง

Insole : รองเท้าและแผ่นรองรองเท้าเฉพาะบุคคล
ไม่น่าเชื่อว่าแผ่นรองรองเท้าปรับโครงสร้างคู่เล็กๆ เพียงหนึ่งคู่ที่ออกแบบโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง จะช่วยเรื่องอาการปวดหลังของผมได้

INSOLE : Body balancing shoes and insoles for back pain
I first got the backache with the feeling of numbness down to the back of the calves. When I came to see the doctor at BAC, The diagnosis came out that I got the uneven length of the knee joint, one is about 2 cm longer than another It has been neglected for so long that ii pulled down the back and caused the symptom. When I used the custom-made insole of BAC for 1-2 weeks, the numbness was gone. I also can walk more stable not wobbling anymore. My wife got the same kind of problem. After using the custom-made insole for a month, she is now a lot better too.
Mr.Sirichai Chutimayothinkul






