
เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก ตอนที่ 2
ปัญหาเด็กเข่าโก่งหรือขาโก่ง และ เข่ากางหรือขากางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งมีทั้งที่โก่ง กางแบบธรรมชาติ สามารถหายโก่ง หายกางได้เอง โดยไม่ต้องรักษา รูปร่างเข่าจะกลับมาตรงเองเมื่ออายุมากขึ้น แต่ก็มีที่เข่าโก่ง หรือกางมากและเป็นถาวรจนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น ก่อก็ให้เกิดความไม่สวยงาม
อย่างไรเรียก ขาโก่ง เข่าโก่ง ขากาง หรือ เข่ากาง
เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง หมายถึง เวลาเรายืนตรง รูปร่างของขาสองข้างจะมีลักษณะโก่งออกเป็นรูปตัวโอ (O) โดยช่องว่างของเข่าสองข้างจะมากกว่า ช่องว่างของข้อเท้า โดยลูกบอลลูกเล็ก ๆ สามารถวิ่งรอดระหว่างขาได้เลยครับ

เข่ากาง หรือ ขากาง หมายถึง เวลาเรายืนตรง รูปร่างของขาสองข้างจะมีลักษณะเข่าชนกัน โดยเมื่อพิจารณาดูรูปร่างทั้งขาจะเหมือนตัว เอ็กซ์ (X)
รูปร่างเข่าที่ผิดปกติของเด็กจะมีผลเสียไหม ?

ปัญหาเด็กเข่าโก่งหรือขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งมีทั้งที่โก่ง กางแบบธรรมชาติ สามารถหายโก่ง หายกางได้เอง โดยไม่ต้องรักษา รูปร่างเข่าจะกลับมาตรงเองเมื่ออายุมากขึ้น แต่ก็มีที่เข่าโก่ง หรือกางมากและเป็นถาวรจนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น ก่อก็ให้เกิดความไม่สวยงาม ใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น หรือ กางเกงรัดรูปก็จะเห็นรูปร่างที่ผิดปกติได้ชัด ถ้ามีปัจจัยลบเสริมในด้านอื่น ๆ เช่น น้ำหนักเกิน กล้ามเนื้อหัวเข่าอ่อนแอ ก็จะทำให้ปวดเข่าง่าย อาจทำให้มีเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร และเร็วกว่าปกติ การดูแลและรักษาเข่าโก่งหรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ตั้งแต่วัยเด็ก จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตและรูปร่างของขาหรือเข่าครับ
การเปลี่ยนแปลงของรูปร่างของขา หรือเข่าสองข้างในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต

รูปร่างของขา หรือเข่าของเด็กนั้นไม่คงที่ตั้งแต่เด็กเกิดมาครับ จากการศึกษา เราพบว่า เด็กแรกเกิดขาหรือเข่าจะมีรูปร่างที่โก่ง ไม่ตรงก่อนครับ โดยเด็กแรกคลอดจะมีเข่าโก่งมากที่สุด มีมุมระหว่างกระดูกต้นขา และหน้าแข้ง (Tibiofemoral Angle) ที่เราเรียกว่า มุมเข่าโก่งในบางคนมากถึง 15 องศา แต่ข่าวดีก็คือ มุมเข่าโก่งนี้จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเด็กค่อย ๆ โตขึ้น
จนเมื่อเด็กอายุราว 2 ปี รูปร่างของขา หรือ เข่าก็จะดูตรงเป็นธรรมชาติ แต่เดี๋ยวก่อนครับ รูปร่างของขาเด็กยังไม่หยุดเปลี่ยนแปลงแค่นั้น เพราะหลังจาก 2 ขวบ ขาหรือเข่าของเด็กก็จะเริ่มกางขึ้น โดยจะค่อย ๆ กางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มที่เมื่อเด็กมีอายุราว 3 ขวบ โดยบางคนอาจจะมีมุมเข่ากางมากเท่ากับมุมเข่าโก่งตอนแรกคลอดก็ได้ครับคือ ที่ประมาณ 12-13 องศา
สุดท้ายเมื่อเด็กโตขึ้นอีกหน่อย รูปร่างของขา หรือเข่าที่กางนี้จะค่อย ๆ ลดลง กางน้อยลงเหลือไม่กี่องศาในช่วง 6-7 ปี จนมองเห็นเหมือนขาเด็กหรือเข่าเด็กจะมีรูปร่างตรงอีกครั้งหนึ่ง และขาหรือเข่าจะมีรูปร่างกางเล็กน้อยคงที่แบบนั้นจนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ก่อนจะเริ่มมีเข่าโก่งอีกที ก็อาจจะมีอายุมากถึง 70 ปีไปแล้วเนื่องจากเป็นข้อเข่าเสื่อมครับ

พ่อแม่เด็ก ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ที่มาช่วยเลี้ยงเด็กแทนพ่อแม่ยุคใหม่บางคนที่ไม่มีเวลา เมื่อเห็นลูกเข่าโก่งหรือขาโก่ง และ ขากางหรือเข่ากาง โดยที่ไม่ทราบพัฒนาการจากที่อธิบายดังกล่าวก็อาจจะมีความกังวล ว่า บุตรหลานของตัวเองที่มีรูปร่างขาที่งอผิดปกตินี้ถาวร ไม่ยอมหาย และจะเป็นมากขึ้น
ผมขอแนะนำให้จับหลักง่าย ๆ ตรงนี้ครับ ดูที่อายุเด็กก่อนนะครับ ถ้าไม่ถึง 2 ปี รูปร่างเข่าที่โก่งนั้นอาจจะเป็นรูปร่างที่ปกติได้ แต่ถ้าเด็ก อายุเกิน 2 ปี หรือใกล้ 2 ปี ยังดูเข่าโก่งมากอยู่ ก็ต้องรีบไปพบแพทย์เป็นการด่วนครับ

ถ้าอายุเกิน 2-3 ปี เด็กมีรูปร่างขาหรือเข่าที่กางออกมาก ๆ ก็ยังไม่ต้องกังวล รออีกปี สองปี รูปร่างขาก็อาจจะกลับมาตรงขึ้น กางน้อยลงแล้วรูปร่างขาก็จะกลับมาปกติได้
ไม่แน่ใจว่าลูกตัวเองรูปร่างขาปกติหรือไม่?
แต่สำหรับคนที่ไม่แน่ใจก็มีวิธีง่ายกว่านั้นครับ คือ พาเด็กไปพบคุณหมอกระดูกด้านนี้ และก็ต้องขอร้องไว้อย่างหนึ่งครับ พยายามอย่าไปขู่เด็กเวลาที่เด็กดื้อนะครับ ว่าเดี๋ยวให้หมอฉีดยา เพราะเด็กจะกลัวหมอมาก จนหมอตรวจเด็กไม่ได้ แตะต้องตัวไม่ได้เลย ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลจากการตรวจน้อยลง
ทำไม ? รูปร่างของเด็กถึงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

มีการอธิบายหลายทฤษฎีครับ เช่น ทฤษฎีของแรงกดที่ตัวสร้างความยาวกระดูกหน้าแข้ง ในเด็กแรกคลอดทุกคนจะมีเข่าโก่งก่อน พอเริ่มจะหัดเดินในช่วงแรกที่ลงน้ำหนักเดินนั้น รูปร่างของเข่าก็จะโค้งออกด้านนอก ยิ่งเวลาเดินก็จะเห็นชัดมากขึ้น เพราะเข่าข้างเดียวจะต้องรับน้ำหนักทั้งตัว ทำให้ฐานของฝ่าเท้าทั้งสองข้างจะแคบลงครับ การเดินของเด็กก็จะไม่มั่นคง ดังนั้นในเด็กที่เริ่มจะหัดเดินใหม่ จึงพยายามเดินกางขาให้ระยะห่างของฝ่าเท้ากว้าง ๆ นัยว่าจะทำให้ มั่นคงกว่า ไม่ล้มง่าย ส่งผลให้แรงกดที่จุดที่สร้างความยาวกระดูกของขาด้านข้างมากกว่าด้านใน ทำให้จุดที่การสร้างกระดูกเข่า และขาให้ยาวขึ้นด้านในที่ไม่ถูกกดมากมีความอิสระมากกว่าสามารถสร้างความยาวได้ดีกว่า แน่นอนครับ ย่อมส่งผลให้มีรูปร่างของเข่าและขากางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอายุ 2 ปี รูปร่างทั้งขาก็จะดูตรง และหลังจากอายุ 2 ปี การสร้างความยาวของจุดที่สร้างยังคงเป็นแบบนี้อยู่อีกสักระยะเวลาหนึ่ง จึงส่งผลให้เข่า และขาเด็กเริ่มเข่ากางมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงอายุ 4 ปี

จนการสร้างความยาวของจุดที่สร้างของสองฝั่งของเข่าสมดุลกัน ตลอดจนกล้ามเนื้อของขาที่ใช้ในการเดินพัฒนามากขึ้น รูปร่างเข่าที่กางก็จะค่อยลดลง และ หลังอายุ 6-7 ปีมุมของหัวเข่าก็จะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก แต่พออายุ 25 ปี ถ้าดูแลสุขภาพเข่าไม่ดีพอ มนุษย์ก็จะมีเข่าโก่งเพิ่มขึ้นvและถ้าไม่ดูแลรักษาจนอายุมากขึ้น ก็อาจจะส่งผลทำให้มีเข่าโก่งก่อนวัย และมีอาการปวดเข่าง่าย เข่าเสื่อมง่ายได้ครับ

อีกทฤษฎีหนึ่ง เป็นเรื่องของแรงดึงของกล้ามเนื้อขาทั้งด้านในและด้านนอก เป็นทฤษฎีจากหมอกระดูกเด็กที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์ของผู้เขียนเอง โดยปัจจุบันท่านได้เกษียณตัวเองในการทำงานไปแล้ว (รองศาสตราจารย์ นพ.ไพรัช ประสงค์จีน) ท่านเชื่อในช่วงที่เด็กเริ่มหัดเดินใหม่ ๆ จะพยายามกางขาทั้งสองข้างให้ฐานของฝ่าเท้ากว้างขึ้นเพื่อความมั่นคง การทำแบบนั้นย่อมส่งผลทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเดินด้านนอกออกแรงดึงกระดูกหัวเข่ามากกว่ากล้ามเนื้อขาและเข่าด้านใน ขณะที่เด็กกำลังยกขาออกก้าวเดิน และลงน้ำหนักเหยียบพื้นแต่ละข้าง จนทำให้เข่ากางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
พ่อแม่ของเด็ก ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ที่มีความกังวล ว่า เด็กตัวน้อย ๆ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข่าโก่งหรือไม่ก็อาจจะจำเป็นที่ต้องพาเด็กมาให้หมอตรวจครับ โดยคุณหมอก็ตรวจสอบอายุ มีการวัดมุมของหัวเข่า ดูการเดินของเด็ก และอาจตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติม บางคนก็จำเป็นต้อง X-Ray เพื่อดูรูปร่างของส่วนที่สร้างความยาวกระดูก ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุเกิน 2 ปีไปแล้วที่เข่ายังโก่งอยู่ และอาจจะต้องมีการนัดตรวจทุก 6 เดือน จนกว่าเด็กจะมีรูปร่างของเข่าที่ปกติตามเกณฑ์ของอายุครับ
ในบางรายที่เป็นโรคเข่าโก่งตั้งแต่เล็ก ๆ ซึ่งมักจะเป็นในเด็กบางเชื้อชาติ และน้ำหนักตัวมาก ๆ ก็จำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับ อย่าไปรอนานเกินไป เพราะจะไม่ทันการณ์

RELATED ARTICLES
เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก ตอนที่ 1
เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก ตอนที่ 2

การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 1
เมื่อพูดถึง ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าชิด หรือ เข่ารูปตัว X สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คือ ข้อเสียของขาโก่ง เข่าโก่ง หรือ อาการเข่าที่ผิดปกติ เพราะหากปล่อยอาการขาโก่ง เข่าโก่ง ไว้นานวัน จะยิ่งรักษา แก้ไขได้ยาก โดย ข้อเสียของการมีขาโก่ง เข่าโก่ง มีดังนี้


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 2
การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าชิด หรือ เข่ารูปตัว X เราจะทราบได้อย่างไรว่า เมื่อไรที่ต้องเข้ารับการรักษา หรือ ผ่าตัดเข่า
เมื่อไหร่ต้อง ผ่าตัดเข่า ?
ส่วนข้อเข่าโก่งในคนอายุน้อยๆ (18-55ปี) ที่ถือว่าเป็นโรคที่ควรได้รับแก้ไขอย่างถูกต้อง และ ทันท่วงที จะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ครับ
1. มีความโก่งของเข่าทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
เข่าที่โก่งไม่เท่ากันทำให้ขายาวไม่เท่ากันครับ เวลาเดิน ก็จะสังเกตเห็นการเดินตัวโยกเยก รองเท้าที่ใส่จะสึกที่ส้นไม่เท่ากัน เมื่อเดินโยกเยกมาก ๆ เวลาที่ต้องเดินไกล ๆ หรือ ยืนนาน ๆ ก็มักจะมีอาการปวดหลังเรื้อรังตามมา โดยไม่คิดว่า มาจากเข่าที่โก่งไม่เท่ากัน


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 3
ผ่าตัดเข่า เพื่อรักษาอาการเข่าโก่ง ขาโก่ง ในปัจจุบัน มีหลายวิธี
“วิธีผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง แบบต่าง ๆ”
การแก้ไขข้อเข่าโก่งให้กลับมาตรงเหมือนปกติ Varus Knee Correction
ปัจจุบันการแก้ไขข้อเข่าโก่ง ที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ว่าได้ผลจริง มี แค่ 3 วิธีนี้เท่านั้นครับ
1. การเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ทั้งแบบเปลี่ยนเต็มข้อ และ ครึ่งข้อ (Knee Arthroplasty)
วิธีการแก้เข่าโก่งแบบนี้ เหมาะสมในคนสูงอายุที่มีข้อเข่าเสื่อมขั้นสุดท้ายที่แม้จะรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ จนครบถ้วนแล้วก็ตาม (กรุณาดูบทความ เรื่องการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมแนวใหม่แบบต่าง ๆ ของ นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา) แต่อาการปวดเข่าเรื้อรังก็ไม่ทุเลาลง มีแนวโน้มว่า จะเดินไม่ได้


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 4
“การผ่าตัดดัดเข่าด้วยเทคนิคใหม่” (MHTO)
การผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง ด้วยโลหะภายนอกแบบใหม่ (Modified HTO with New Charnley Clamp) เป็นวิธีผ่าตัดแก้เข่าโก่ง HTO ยึดด้วยโลหะจากด้านนอก เหมือนวิธีที่สามครับ แต่มีการพัฒนาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบางประการทำให้สามารถผ่าตัดในช่วงเวลาที่สั้นลงแผลผ่าตัดเล็กลง


การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 5
การผ่าตัดดัดเข่าพร้อมกันสองข้างด้วยเทคนิคใหม่
ผู้ที่เข่าโก่งหลายท่านมีคำถามว่า สำหรับคนที่เข่าโก่งทั้งสองข้างตั้งแต่เด็กๆ จนเป็นผู้ใหญ่จะสามารถผ่าตัดแก้ไขทั้งสองข้างในคราวเดียวกันได้หรือไม่? และ จะมีข้อแตกต่างจากการผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง? หรือเข่าโก่งทีละข้างอย่างไร?เเละข้อสำคัญเคยมีการผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง และเข่าโก่งในคราวเดียวกันในประเทศไทยหรือไม่ ?


การผ่าตัดแก้ไขในคราวเดียวกันมีมานานแล้วครับแต่ในยุคสมัยก่อนนั้นมีการทำกันน้อยมากครับ เนื่องจากเทคนิค ตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ก็ไม่ทันสมัยเท่าปัจจุบัน (ไม่มี X Ray Real time ที่สามารถวัดมุมอย่างแม่นยำ ตลอดจนเทคนิคใช้โลหะยึดด้านในตายตัว ไม่ใช่ Modified High tibia with Chanley Clamp techniqueที่มีโลหะยึดด้านนอก ทำให้ไม่สามารถแก้ไขมุมเมื่อเย็บแผลปิดแล้ว) ทำให้การผ่าตัดดัดเข่าให้ตรงได้มุมเข่าของขาทั้งสองข้างที่แตกต่างกันมากเกินไป




ข้อดีของ การผ่าตัดดัดเข่าพร้อมกันสองข้างด้วยเทคนิคใหม่ (MHTO)
การผ่าตัดดัดเข่าให้รูปร่างเข่าตรงขึ้นด้วยวิธี Modified High Tibial Osteotomy with Chanley Clamp นี้สามารถแก้ไข ขาที่โก่งสองข้างพร้อมกัน โดยมีข้อดีที่แตกต่างกันไป ดังนี้ครับ
1. การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง หรือเข่าโก่งสองข้างพร้อมกัน ฟื้นตัวเร็วกว่า (timing of recovery)
ในการผ่าตัดเเก้เข่าโก่ง หรือ ขาโก่งทีละข้างนั้น มักจะทำห่างกันประมาณสองถึงสามเดือนครับ ทำไมถึงต้องใช้เวลาถึงสองสามเดือนจึงจะสามารถกลับมารับการผ่าตัดแก้ไขอีกข้างได้ อธิบายได้ดังนี้ครับ
ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง หลังการผ่าตัดจะสามารถงอเข่านั่งบนเก้าอี้และวางเท้าลงกับพื้นได้ในทันที เพราะการผ่าตัดชนิดนี้ไม่ได้ผ่าที่ข้อเข่าแต่ผ่ากระดูกใต้ข้อเข่าลงมา ข้อต่อเข่าที่เคลื่อนไหวจึงไม่ได้ถูกกระทบกระเทือน. สามารถงอและเหยียดเข่าได้เหมือนเดิม ก่อนผ่างอได้มากเท่าไหร่ หลังผ่าก็ยังเหมือนเดิมครับ อีกทั้งโลหะที่ยึดดามกระดูกด้านนอก(modified High Tibial Osteotomy with Charnley Clamp) มีความแข็งแรงมากพอที่เวลานั่งกระดูกตรงจุดที่ผ่าจะไม่กระทบกระเทือนหรือเคลื่อนไหว



ส่วนการผ่าตัดแก้เข่าโก่งสองข้ามในคราวเดียวกัน จะเสียเวลาในการฟื้นตัวน้อยกว่าหนึ่งเท่าครับ เพราะ กระดูกทั้งสองขาสามารถติดเชื่อมกันในคราวเดียวกัน ทำให้ได้เปรียบในเรื่องของเวลาในการกลับมาเดินหรือการฟืนตัวที่สั้นกว่าครับ
2. ข้อเเตกต่างในเรื่องการดูแลและการปฎิบัติตัวหลังผ่าตัด (The Difference of Caring)
หลังการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าโก่งทั้งสองข้างให้กลับมาตรงในคราวเดียวกัน ผู้ป่วยจะลงน้ำหนักเดินไม่ได้ชั่วคราว ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดจะต้องใช้รถเข็นเป็นเวลาสี่ถึงหกสัปดาห์โดยเฉลี่ย เหตุผลที่ผู้ป่วยไม่สามารถลงน้ำหนักเดินได้ทันที เพราะกระดูกขาทั้งสองข้างที่ได้รับผ่าตัดใหม่ๆยังไม่เชื่อมติดกัน จึงไม่แข็งแรงพอที่จะเดินลงน้ำหนักได้ ถึงแม้จะใช้ไม้เท้าช่วยก็ตาม ไม่เหมือนกับการผ่าตัดทีละข้างครับที่ยังคงมีขาข้างที่ดี ยังไม่ผ่ารับน้ำหนักตัวช่วยยันพื้นในการเดิน อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดสองข้างพร้อมก้น ยังคงนั่งแล้วงอเข่า เท้าวางบนพื้นได้ทั้งสองข้างได้ทันทีหฃังผ่าตัด เพราะมีโครงโลหะช่วยอยู่ เหมือนการผ่าตัดที่ละข้างครับ




ในบางคนที่ได้รับการผ่าตัดเเก้ไขข้อเข่าโก่งในคราวเดียวกัน อาจจะถอดโลหะออกไม่พร้อมกันนะครับเนื่องจากกระดูกที่ผ่าตัดเชื่อมกันสนิทไม่พร้อมกัน แต่เวลาก็ไม่ห่างกันมาก(ประมาณหนึ่งสัปดาห์)ครับ
3. ค่าใช้จ่าย การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าโก่งพร้อมกันสองข้าง (Cost)
ในการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าโก่งในคราวเดียวกันสองข้าง ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่า ครับ เพราะการนอนพักรักษาตัวใช้เวลาเท่ากัน หรือ นานกว่าข้างเดียวกันไม่มาก (ปกติในการผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งข้างเดียวต้องนอนในโรงพยาบาลเป็นเวลา3-4วัน) อีกทั้งการผ่าตัดสองข้างพร้อมกันจะ ประหยัดเวลาที่ใช้ในห้องผ่าตัด และเครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดด้วยครับ เนื่องจาก การคิดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลเอกชนมักคิดชั่วโมงที่สองของการผ่าตัดถูกกว่าชั่วโมงแรก Set ผ่าตัดก็ใช้แค่Set เดียว ไม่ต้องเปดสองSets เมื่อมีการผ่าตัดทีละครัง



รูปร่าง
ตัวอย่างภาพผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งจาก การผ่าตัดแบบ MHTO ทั้งสองข้างพร้อมกัน


การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าคด แบบ MHTO

ก่อน – หลัง การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าคด แบบ MHTO

ก่อน – หลัง การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าคด แบบ MHTO


หมายเหตุ : ภาพที่แสดงทั้งหมดเป็นภาพของผู้ป่วยของ นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

ตัวอย่างผู้ที่ผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งเข่าชิด
คุณรติรัตน์ ไพรัตน์ จาก ประเทศรัสเซีย ตอนที่ 1
คุณรติรัตน์ ไพรัตน์ จาก ประเทศรัสเซีย ตอนที่ 2
คุณณัชชาพัชร์ ปัญฎีกา
ตัวอย่างภาพผู้ที่ผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง เข่าชิด
อัลบั้ม 1
อัลบั้ม 2
บทความที่เกี่ยวข้อง การผ่าตัดแก้ไข้ ขาโก่ง หรือ เข่าโก่ง (เข่าเสื่อม)
ตอนที่ 1 “ข้อเสีย”
ตอนที่ 2 “เมื่อไหร่ต้องผ่าตัดเข่า”
ตอนที่ 3 “วิธีผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง แบบต่างๆ”
ตอนที่ 4 “การผ่าตัด ดัดเข่าด้วยเทคนิคใหม่”
ตอนที่ 5 “การผ่าตัดดัดเข่าพร้อมกันสองข้างด้วยเทคนิคใหม่”

หลังผ่าตัดแก้เข่าโก่ง
การผ่าตัดเเก้ขาโก่ง หรือเข่าโก่ง ให้กลับมาตรง ไม่ใช่แค่เพียง รักษารูปร่างของข้อเข่า เรียวขาให้สวยงามเท่านั้น เเต่เป็นการรักษาผิวกระดูกอ่อนข้อเข่าให้อยู่ได้นานขึ้น ทำให้ไม่ต้องถูกผ่าตัดเปลี่ยนข้อข่าเทียมก่อนเวลาในอนาคต การผ่าตัดดัดเข่าให้ตรงขึ้น สามารถทำทีละข้าง หรือ พร้อมกันทั้งสองข้าง ดังผู้ป่วยรายนี้ที่มีเข่าโก่งทั้งสองข้าง แต่แก้ไขข้อเข่าข้างขวาก่อน

การผ่าตัด ดัดเข่าด้วยเทคนิคใหม่ด้วยการใช้เข่าเดิม MHTO by Dr.Somsak
เทคนิคการผ่าตัดปรับรูปร่างเข่า และขาแบบ MHTO เป็นเทคนิคเฉพาะที่ นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา ได้อาศัยประสบการณ์ด้านการผ่าตัดกระดูกมานานกว่า 20 ปี คิดค้น และพัฒนาจากการผ่าตัด HTO ดั้งเดิม โดยอาศัยเครื่องมือช่วยผ่าตัดตัวใหม่ที่นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา ออกแบบมาใหม่อีกทั้งเทคนิคการผ่าตัดที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ จึงได้ตั้งชื่อให้เป็น MHTO เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจากการผ่าตัดแบบ HTO ธรรมดา









