
ปวดหลัง Back Pain ผ่าตัดทางเลือกสุดท้าย ตอนที่ 6
6 วิธีการรักษาที่ทันสมัย และล่าสุดในการรักษา โรคทางกระดูกสันหลังโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นวิธีที่ช่วยทำให้ผู้ป่วยรอดพ้นจากการผ่าตัดอย่างได้ผลสูง เป็นที่ยอมรับในการรักษาโรคทางกระดูกสันหลัง ช่วยทำให้ลดอัตราเสี่ยงในการผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลังให้กลับมาแข็งแรงเอ¬าชนะโรคทางกระดูกสันหลังต่างๆ เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกสันหลังโก่งยุบตัว กระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท สัมภาษณ์โดย ดร.วีณา เชิดบุญชาติ และนพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

ปวดหลัง Back Pain ผ่าตัดทางเลือกสุดท้าย ตอนที่ 7
6 วิธีการรักษาที่ทันสมัย และล่าสุดในการรักษา โรคทางกระดูกสันหลังโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นวิธีที่ช่วยทำให้ผู้ป่วยรอดพ้นจากการผ่าตัดอย่างได้ผลสูง เป็นที่ยอมรับในการรักษาโรคทางกระดูกสันหลัง ช่วยทำให้ลดอัตราเสี่ยงในการผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลังให้กลับมาแข็งแรงเอ¬าชนะโรคทางกระดูกสันหลังต่างๆ เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกสันหลังโก่งยุบตัว กระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท สัมภาษณ์โดย ดร.วีณา เชิดบุญชาติ และนพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

ปวดหลัง Back Pain ผ่าตัดทางเลือกสุดท้าย ตอนที่ 8
6 วิธีการรักษาที่ทันสมัย และล่าสุดในการรักษา โรคทางกระดูกสันหลังโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นวิธีที่ช่วยทำให้ผู้ป่วยรอดพ้นจากการผ่าตัดอย่างได้ผลสูง เป็นที่ยอมรับในการรักษาโรคทางกระดูกสันหลัง ช่วยทำให้ลดอัตราเสี่ยงในการผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลังให้กลับมาแข็งแรงเอ¬าชนะโรคทางกระดูกสันหลังต่างๆ เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกสันหลังโก่งยุบตัว กระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท สัมภาษณ์โดย ดร.วีณา เชิดบุญชาติ และนพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

ถุงน้ำที่ข้อมือ คืออะไร รักษาอย่างไร ?

ถุงน้ำที่ข้อมือ คืออะไร ?
ในเเต่ละวันเราใช้ข้อมือทำงานมากอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการงอข้อมือ เพื่อหยิบสิ่งของหรือการบิดข้อมือเพื่อซักเสื้อผ้าที่ข้อมือนั้น จะมีกล้ามเนื้อเเละเส้นเอ็นหลายเส้นที่ทำงานอย่างสอดประสานกัน มีน้ำหล่อเลี้ยงเอ็น เเละข้อต่อที่คอยทำให้เกิดความลื่นไหล ของการเคลื่อนของข้อมือให้สะดวกมากยิ่งขึ้น เเต่การใช้งานข้อมือบางครั้ง ก็อาจจะทำให้ เกิดการรั่วของน้ำหล่อลื่นที่ว่านี้ออกมา เเละสะสมจนเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆอยู่หลังข้อมือ เวลาบีบก็จะเหมือนถุงน้ำที่ค่อนข้างจะเเข็ง เเละสามารถทำให้ใหญ่ขึ้นได้ ถ้างอข้อมือ หรือเเอ่นข้อมือมากๆ

เทคนิคการผ่าตัดแผลเป็นน้อยใน “โรคพังผืดรัดเส้นประสาทฝ่ามือ”

โรคพังผืดรัดเส้นประสาทฝ่ามือ (Carpal Tunnel Syndrome)
โรคพังผืดรัดเส้นประสาทฝ่ามือ เป็นโรคที่พบได้บ่อย มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยกลางคน โดยจะมีอาการเริ่มต้นคืออาการชาปลายนิ้วเวลาใช้งานฝ่ามือติดต่อกันเป็นเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น ขับรถ จับเตาหลิวปรุงอาหาร หรือแม้แต่การใช้มือจับโทรศัพท์
นิ้วที่พบว่ามีอาการอยู่บ่อย ๆ คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง หลังจากที่มีอาการเพียงครั้งคราว ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการรักษาอย่างถูกต้อง อาการชาที่เกิดจะเป็นหนักมากขึ้น นานขึ้น และมีอาการปวดตามมา อาการปวดจะร้าวขึ้นมาจากข้อมือ และลามไปต้นแขนข้างนั้นได้

ปลายนิ้วมือชา จากอุโมงค์เส้นประสาทแคบ
อาการมือชา ปลายนิ้วมือชา เป็นอาการที่เราพบได้บ่อย เเละถ้าใครมีอาการดังกล่าว ก็มักจะกังวลใจมาก เนื่องจากจะกลัวว่า เส้นประสาทรับความรู้สึกของเราจะไม่กลับมาดีเหมือนเก่าตลอดไป
เส้นประสาทนั้นก็เปรียบเหมือนสายไฟฟ้าที่วิ่งไปมาตามผนังบ้านเรา ที่จะต้องมีตัวต้นกำเนิดจ่ายกระเเสไฟฟ้า ไฟฟ้าก็จะวิ่งไปตามสายไฟ เพื่อทำให้เราสามารถเปิดหลอดนีออนให้สว่างได้ในยามค่ำคืน เส้นประสาทที่เลื้อยไปมาตามเเขนขาของเรา ก็เช่นเดียวกันครับ ต้องคอยรับคำสั่งจากสมอง เเละนำไปกระตุ้นกล้ามเนื้อผิวหนัง เพื่อที่จะทำเเขนขาของเราขยับได้หรือเเม้เเต่รับความรู้สึกจากผิวสัมผัสได้


ปวดต้นคอ ร้าวลงแขน อันตรายแค่ไหน ?

ทุกครั้งที่มนุษย์เคลื่อนไหว ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อในการหดตัว เเละคลายตัว เพื่อที่จะดึงให้กระดูกส่วนนั้นเคลื่อนไหวตามไปด้วย แต่เมื่อมีกำลังเกร็งในการทำงานที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวติดต่อกันเป็นระยะนานๆ อย่างการดูคอมพิวเตอร์ หรือการขับรถทางไกล กล้ามเนื่อส่วนบริเวณคอจะเกิดการอักเสบ สะสมที่ละเล็กละน้อย กว่าที่เจ้าของกล้ามเนื้อจะรู้ตัว ก็อาจจะมีอาการ ปวดต้นคอ สะบักเรื้อรัง มีอาการเหมือนคนนอนตกหมอน คอเคล็ด หันคอไม่ได้สุด และบางครั้งก็มักจะพึ่งพาหมอนวดแผนโบราณช่วยจับ บีบนวดและคลายเส้นที่ดูเหมือนสะบักจะจมอยู่ให้คลายตัวออกมา เมื่อปล่อยไว้ ไม่ได้หาทางทางแก้ไขที่ต้นเหตุ ก็มักจะมีอาการรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นที่เรียกว่า เกิดภาวะกล้ามเนื้อต้นคอล้มเหลว นั่นก็คือ จะนั่งทำงานชูคอต่อไปไม่ได้แม้แต่นาทีเดียวแล้ว ปวดจนทนไม่ไหว อาจมีอาการปวดหัว ปวดเบ้าตา คลื่นไส้ เป็นไมเกรนตามมา สุดท้ายก็อาจจะมีอาการ ปวดร้าวลงแขน ไหล่ชา มือชา

กระดูกสันหลังหัก ยุบตัวในผู้สูงอายุ ตอนที่ 1 เรื่อง กระดูกบาง
…เมื่อเราอายุมากขึ้น พอเรากระดูกบางสิ่งที่สำคัญก็คือ เมื่อกระดูกบางแล้ว บางครั้งเราแก้ไขไม่ทันถ่วงที เราต้องมีวิธีถนอมไม่ให้เกิดปัญหา เพราะว่าในคนกระดูกบาง ทางการแพทย์ก็ไม่อยากให้เกิดการหกล้ม
เพราะหกล้มทีก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะหักได้…
…อัตราความบางของกระดูก จะแปลผลโดยตรงของกระดูกที่หัก ยิ่งกระดูกบางแล้วล้มมีโอกาสหักง่ายกว่าคนที่กระดูกไม่บาง…
…ดังนั้นเราควรทราบสาเหตุและป้องกันเพื่อไม่ให้กระดูกบางกันค่ะ…
ขอขอบคุณ รายการ เพื่อคุณภาพชีวิต ออกอากาศ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2554

กระดูกสันหลังยุบ หัก ย่น โก่ง ต้องทำอย่างไร ?
คนที่มีปัญหา เรื่อง กระดูกสันหลังยุบ ลงมามาก จนหลังโก่งอย่างเห็นได้ชัด มีอาการปวดหลังมาก อาจต้องหาทางรักษาแก้ไข หรือทำการผ่าตัด
เวลาคนเราหกล้ม เอาก้นกระเเทกกับพื้นอย่างรุนเเรง โดยทั่วไปทั้งหมอ เเละผู้ป่วยมักจะไปเพ่งความสนใจอยู่ที่กระดูกก้นกบ ว่ามีการหักหรือไม่ เเต่ในความเป็นจริง เรากลับพบว่า มีการละเลยกระดูกอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมี ความสำคัญมากกว่า เพราะถ้าไม่ดูแลรักษาให้ถูกต้อง ตั้งแต่ครั้งแรก มักจะส่งผลเสียทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน มากมาย บางคนอาจจะถึงขั้นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข เสียเวลา เสียเงินทองในการรักษามากกว่าเดิมครับ


“ปวดหลัง”ผ่าตัดทางเลือกสุดท้าย ตอนที่ 1
“ปวดหลัง” ผ่าตัดทางเลือกสุดท้าย ตอนที่ 1
มีถึง 12 วิธี หรือ 12แนวทางการปฏิบัติตัวครับ ที่จะป้องกันหรือหลีกเลี่ยง ไม่ให้โรคปวดหลังนั้นลุกลามไปทำร้ายเส้นประสาทหลัง อันเป็นต้นเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยต้องถูกผ่าตัดหลังหมดโอกาสที่จะรักษาด้วยวิธีอื่น เป็น 12 วิธี ที่ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง แต่ปฏิบัตตัวไม่ถูกต้องเพราะความเข้าใจผิด ดื้อ ทำตามเพื่อนผู้หวังดี แต่ไม่มีความรู้ และไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา


จากสถิติทางการแพทย์เราพบว่า ในช่วงชีวิตของคนทุกคน ตั้งแต่เด็กจนกระทั้งแก่เฒ่า จะมีโอกาสปวดหลังชนิดรุนแรงอย่างน้อยก็หนี่งครั้งในชีวิตครับ แต่ก็เป็นหนึ่งครั้งที่มีความสำคัญมาก เพราะถ้าเราดูแล รักษาไม่ถูกวิธีตั้งแต่ครั้งแรก โอกาสที่โรคปวดหลังจะเรื้อรัง และลุกลามก็จะมีสูงขึ้น จนกระทั่งรักษาด้วยยาไม่หาย และ สุดท้ายก็ต้องถูกผ่าตัดหลัง
อาการปวดหลังชนิดรุนแรงนั้น จะมีลักษณะเฉพาะ ที่เวลาเกิดขึ้นแล้ว ตัวจะแข็ง หลังจะแข็ง ไม่สามารถเดิน หรือยืนได้นานๆ เวลาเผลอเอี้ยวตัว หรือก้มหลัง เพียงเล็กน้อย ก็จะเสียวแปล้บ เจ็บ หรือปวดอย่างรุนแรง ต้องเดินตัวแข็งเหมือนหุ่นยนต์ บางคน อาจจะมีอาการเจ็บเสียวลงไปถึงขา เหมือนใครมาฉีกกล้ามเนื้อ มีอาการชาที่ต้นขา หรือน่องตามมาด้วย
กระดูกสันหลังของคนเราก็เหมือนกับเสากระโดงของเรือใบ โดยที่มีเชือกขึงตึงอยู่ทั้งสองข้าง เส้นเขือกที่ขึงตึงอยู่ข้างเสากระโดงเรือก็คือกล้ามเนื้อที่ประคองกระดูกสันหลัง ต้นเหตุที่เกิด มักจะเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อหลังมัดนี้อย่างรุนแรง โดยจะเป็นกับกล้ามเนื้อหลังชั้นใน ที่มีหน้าที่คอยประคับประคองกระดูกสันหลัง (Paraspinal Muscles) อยู่สองข้าง กล้ามเนื้อมัดนี้มีความสำคัญมากครับ เพราะเนื่องจากการที่กล้ามเนื้อมัดนี้อยู่ใกล้ชิดกระดูกสันหลัง จึงมีหน้าที่คอยป้องแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นที่หมอนรองกระดูกสันหลัง แต่คนบางคนปล่อยปละละเลย ไม่ได้หมั่นดูแลกล้ามเนื้อมัดนี้ให้แข็งแรงอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดความอ่อนแอของกล้ามเนื้อมัดนี้ (Paraspinal Muscles) เมื่อมีแรงมากระแทกที่หลังมาก และผิดจังหวะ เช่น ก้มหลังยกของหนัก ไอ หรือจามอย่างรุนแรง เอี้ยวตัวผิดจังหวะ โอกาสที่กล้ามเนื้อมัดนี้จะบาดเจ็บ และมีการอักเสบก็จะมีสูงขึ้น บางครั้งก็รุนแรงมากจนกระทั่งผลักให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมาทับเส้นประสาทที่อยู่ข้างเคียง เกิดอาการปวดหลังชนิดที่มีอาการของการอักเสบของเส้นประสาทร่วมด้วย
อาการปวดหลังที่มีต้นเหตุที่เกิดจากเส้นประสาทที่มาจากกระดูกสันหลังและลงมาเลี้ยงขานั้น จะมีลักษณะที่แตกต่างจากการอักเสบของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว ดังนี้ครับ

- อาการปวด โดยที่ความรู้สึกปวดนั้นไม่ได้อยู่ที่หลังอย่างเดียว แต่จะลามมาที่แก้มก้น ต้นขา หรือน่อง
ข้างใดข้างหนึ่ง และมักจะไม่ย้ายข้าง ปวดขาข้างใด ก็จะปวดข้างนั้นตลอด - อาการชา โดยจะมีอาการชา สองแบบครับ แบบแรกจะมีความรูสึกชาชนิดที่ไวต่อความรู้สึกเร็วขึ้น Hypersensitive Feeling) ลักษณะที่ชาจะคล้ายกับที่เรานั่งทับขาจนเกิดอาการเหน็บชา เหมือนเข็มตำหรือมดไต่ที่ขา เมื่อเป็นมากขึ้น ก็จะชาแบบไวต่อความรู้สึกน้อยลง (Hyposensitive Feeling) ความรู้สึกที่
ผิวหนังจะเหมือนกับว่า ชั้นผิวหนังจะหนาขึ้น เมื่อมีเข็มตำ จะไม่ค่อยรู้สึกถึงความแหลม จะมีอาการชาเป็นหย่อมๆ ไม่ใช่ทั้งขา เช่น ชาที่ต้นขาเป็นวงกว้างเท่าลูกมะนาว และอาจจะลุกลามขยายเป็นวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ - อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา เท้าเดินขาอาจจะกะเผลก เดินแล้วเข่า หรือ ข้อเท้าทรุด ล้มเองบ่อยๆ เดินสะดุดปลายเท้าง่าย ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่า กล้ามเนื้อของขาข้างใดข้างหนึ่งอาจจะมีขนาดลีบ เล็กลงกว่าอีกข้าง โดยที่ระยะนี้เป็นระยะที่ผู้ป่วย ปล่อยให้โรคนี้เรื้อรัง จนลุกลาม ทำร้ายเซลประสาทมากเกินไป กระแสประสาทที่ส่งลงมาเลี้ยงและกระตุ้นกล้ามเนื้อขาน้อยลงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ กล้ามเนื้อเมื่อไม่สามารถบีบ รัดหดตัว หรือเคลื่อนไหว ขนาดของ
เส้นใยกล้ามเนื้อจึงลดลงครับ - อาการสุดท้าย คือ การสูญเสียระบบประสาทอัตโนมัติที่เส้นประสาทหลังนั้นควบคุมอยู่ เช่น การกลั้นปัสสาวะ หรืออุจจาระไม่ได้ เหงื่อตามผิวหนังออกน้อยลง ถ้าเราปล่อยให้เป็นถึงระยะนี้โอกาสที่จะรักษา แล้วจะหายกลับมาปกติเหมือนเก่าก็จะมีน้อยมากครับ


คุณเริ่มเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” แล้วหรือยัง ?
โรค “ข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่มีการทำร้ายผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อเกิดการสึกหรอ ยุบตัวลงมาของข้อเข่า มีกระดูกงอกที่เห็นได้ชัดจาก X-ray มีคนหลายคนกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าถ้าอายุไม่ถึง 60 ปี ไม่มีทางที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ความคิดนี้อาจจะถูกในสมัยก่อน ที่เรามีการใช้ข้อเข่าทำงานน้อย สมัยก่อนที่เรามีการออกเเรง กล้ามเนื้อหัวเข่าอย่างสม่ำเสมอ เเต่ถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดครับ
มีการพบคนเป็นข้อเข่าเสื่อมในอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ ครับ เเน่นอนยิ่งอายุเยอะ ยิ่งมีอัตราการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เเต่ถ้าเราไม่ใส่ใจดูเเลจริงจัง เราอาจจะเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัวครับ


การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 1
หนึ่งในโรคที่คนไทยเป็นกันมาก เรียกได้ว่า ในเกือบทุกครอบครัวจะต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนที่มีอาการจากโรคนี้ไม่มากก็น้อย คือ โรคข้อเข่าเสื่อม มาดูวิธีป้องกัน รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ว่ามีวิธีใดบ้าง
หลังผ่านช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประชากรมีความสุขที่สงครามยุติเสียที เริ่มที่จะผลิตลูกหลานออกมามากขึ้น เราเรียกช่วงเวลานั้นว่า Baby Boom เเละเรียกประชากรที่เกิดในช่วงนี้ว่า Baby Boomer จนกระทั่งราว ปี พ.ศ. 2480-2500 คนทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า จำเป็นต้องควบคุมการผลิต จึงมีการคิดค้นถุงยางอนามัย เเละวิธีคุมกำเนิดใหม่ ๆ ตามมา


เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก ตอนที่ 1
การใส่รองเท้าที่ปรับโครงสร้างได้ เป็นการ รักษาเข่าโก่งในเด็ก วิธีใหม่ โดยการทำรองเท้า หรือพื้นรองเท้าปรับโครงสร้างทั้งระนาบ มุม และความยาวของขาเฉพาะกับเด็กคนนั้น สามารถทำตั้งแต่เด็กเริ่มหัดเดินเป็นต้นไป จนเข้าสู่วัยชรา


เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก ตอนที่ 2
ปัญหาเด็กเข่าโก่งหรือขาโก่ง และ เข่ากางหรือขากางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งมีทั้งที่โก่ง กางแบบธรรมชาติ สามารถหายโก่ง หายกางได้เอง โดยไม่ต้องรักษา รูปร่างเข่าจะกลับมาตรงเองเมื่ออายุมากขึ้น แต่ก็มีที่เข่าโก่ง หรือกางมากและเป็นถาวรจนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น ก่อก็ให้เกิดความไม่สวยงาม
อย่างไรเรียก ขาโก่ง เข่าโก่ง ขากาง หรือ เข่ากาง
เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง หมายถึง เวลาเรายืนตรง รูปร่างของขาสองข้างจะมีลักษณะโก่งออกเป็นรูปตัวโอ (O) โดยช่องว่างของเข่าสองข้างจะมากกว่า ช่องว่างของข้อเท้า โดยลูกบอลลูกเล็ก ๆ สามารถวิ่งรอดระหว่างขาได้เลยครับ

เข่ากาง หรือ ขากาง หมายถึง เวลาเรายืนตรง รูปร่างของขาสองข้างจะมีลักษณะเข่าชนกัน โดยเมื่อพิจารณาดูรูปร่างทั้งขาจะเหมือนตัว เอ็กซ์ (X)
รูปร่างเข่าที่ผิดปกติของเด็กจะมีผลเสียไหม ?

ปัญหาเด็กเข่าโก่งหรือขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ซึ่งมีทั้งที่โก่ง กางแบบธรรมชาติ สามารถหายโก่ง หายกางได้เอง โดยไม่ต้องรักษา รูปร่างเข่าจะกลับมาตรงเองเมื่ออายุมากขึ้น แต่ก็มีที่เข่าโก่ง หรือกางมากและเป็นถาวรจนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น ก่อก็ให้เกิดความไม่สวยงาม ใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น หรือ กางเกงรัดรูปก็จะเห็นรูปร่างที่ผิดปกติได้ชัด ถ้ามีปัจจัยลบเสริมในด้านอื่น ๆ เช่น น้ำหนักเกิน กล้ามเนื้อหัวเข่าอ่อนแอ ก็จะทำให้ปวดเข่าง่าย อาจทำให้มีเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร และเร็วกว่าปกติ การดูแลและรักษาเข่าโก่งหรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ตั้งแต่วัยเด็ก จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตและรูปร่างของขาหรือเข่าครับ
การเปลี่ยนแปลงของรูปร่างของขา หรือเข่าสองข้างในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต

รูปร่างของขา หรือเข่าของเด็กนั้นไม่คงที่ตั้งแต่เด็กเกิดมาครับ จากการศึกษา เราพบว่า เด็กแรกเกิดขาหรือเข่าจะมีรูปร่างที่โก่ง ไม่ตรงก่อนครับ โดยเด็กแรกคลอดจะมีเข่าโก่งมากที่สุด มีมุมระหว่างกระดูกต้นขา และหน้าแข้ง (Tibiofemoral Angle) ที่เราเรียกว่า มุมเข่าโก่งในบางคนมากถึง 15 องศา แต่ข่าวดีก็คือ มุมเข่าโก่งนี้จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเด็กค่อย ๆ โตขึ้น
จนเมื่อเด็กอายุราว 2 ปี รูปร่างของขา หรือ เข่าก็จะดูตรงเป็นธรรมชาติ แต่เดี๋ยวก่อนครับ รูปร่างของขาเด็กยังไม่หยุดเปลี่ยนแปลงแค่นั้น เพราะหลังจาก 2 ขวบ ขาหรือเข่าของเด็กก็จะเริ่มกางขึ้น โดยจะค่อย ๆ กางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มที่เมื่อเด็กมีอายุราว 3 ขวบ โดยบางคนอาจจะมีมุมเข่ากางมากเท่ากับมุมเข่าโก่งตอนแรกคลอดก็ได้ครับคือ ที่ประมาณ 12-13 องศา
สุดท้ายเมื่อเด็กโตขึ้นอีกหน่อย รูปร่างของขา หรือเข่าที่กางนี้จะค่อย ๆ ลดลง กางน้อยลงเหลือไม่กี่องศาในช่วง 6-7 ปี จนมองเห็นเหมือนขาเด็กหรือเข่าเด็กจะมีรูปร่างตรงอีกครั้งหนึ่ง และขาหรือเข่าจะมีรูปร่างกางเล็กน้อยคงที่แบบนั้นจนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ก่อนจะเริ่มมีเข่าโก่งอีกที ก็อาจจะมีอายุมากถึง 70 ปีไปแล้วเนื่องจากเป็นข้อเข่าเสื่อมครับ

พ่อแม่เด็ก ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ที่มาช่วยเลี้ยงเด็กแทนพ่อแม่ยุคใหม่บางคนที่ไม่มีเวลา เมื่อเห็นลูกเข่าโก่งหรือขาโก่ง และ ขากางหรือเข่ากาง โดยที่ไม่ทราบพัฒนาการจากที่อธิบายดังกล่าวก็อาจจะมีความกังวล ว่า บุตรหลานของตัวเองที่มีรูปร่างขาที่งอผิดปกตินี้ถาวร ไม่ยอมหาย และจะเป็นมากขึ้น
ผมขอแนะนำให้จับหลักง่าย ๆ ตรงนี้ครับ ดูที่อายุเด็กก่อนนะครับ ถ้าไม่ถึง 2 ปี รูปร่างเข่าที่โก่งนั้นอาจจะเป็นรูปร่างที่ปกติได้ แต่ถ้าเด็ก อายุเกิน 2 ปี หรือใกล้ 2 ปี ยังดูเข่าโก่งมากอยู่ ก็ต้องรีบไปพบแพทย์เป็นการด่วนครับ

ถ้าอายุเกิน 2-3 ปี เด็กมีรูปร่างขาหรือเข่าที่กางออกมาก ๆ ก็ยังไม่ต้องกังวล รออีกปี สองปี รูปร่างขาก็อาจจะกลับมาตรงขึ้น กางน้อยลงแล้วรูปร่างขาก็จะกลับมาปกติได้
ไม่แน่ใจว่าลูกตัวเองรูปร่างขาปกติหรือไม่?
แต่สำหรับคนที่ไม่แน่ใจก็มีวิธีง่ายกว่านั้นครับ คือ พาเด็กไปพบคุณหมอกระดูกด้านนี้ และก็ต้องขอร้องไว้อย่างหนึ่งครับ พยายามอย่าไปขู่เด็กเวลาที่เด็กดื้อนะครับ ว่าเดี๋ยวให้หมอฉีดยา เพราะเด็กจะกลัวหมอมาก จนหมอตรวจเด็กไม่ได้ แตะต้องตัวไม่ได้เลย ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลจากการตรวจน้อยลง
ทำไม ? รูปร่างของเด็กถึงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

มีการอธิบายหลายทฤษฎีครับ เช่น ทฤษฎีของแรงกดที่ตัวสร้างความยาวกระดูกหน้าแข้ง ในเด็กแรกคลอดทุกคนจะมีเข่าโก่งก่อน พอเริ่มจะหัดเดินในช่วงแรกที่ลงน้ำหนักเดินนั้น รูปร่างของเข่าก็จะโค้งออกด้านนอก ยิ่งเวลาเดินก็จะเห็นชัดมากขึ้น เพราะเข่าข้างเดียวจะต้องรับน้ำหนักทั้งตัว ทำให้ฐานของฝ่าเท้าทั้งสองข้างจะแคบลงครับ การเดินของเด็กก็จะไม่มั่นคง ดังนั้นในเด็กที่เริ่มจะหัดเดินใหม่ จึงพยายามเดินกางขาให้ระยะห่างของฝ่าเท้ากว้าง ๆ นัยว่าจะทำให้ มั่นคงกว่า ไม่ล้มง่าย ส่งผลให้แรงกดที่จุดที่สร้างความยาวกระดูกของขาด้านข้างมากกว่าด้านใน ทำให้จุดที่การสร้างกระดูกเข่า และขาให้ยาวขึ้นด้านในที่ไม่ถูกกดมากมีความอิสระมากกว่าสามารถสร้างความยาวได้ดีกว่า แน่นอนครับ ย่อมส่งผลให้มีรูปร่างของเข่าและขากางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอายุ 2 ปี รูปร่างทั้งขาก็จะดูตรง และหลังจากอายุ 2 ปี การสร้างความยาวของจุดที่สร้างยังคงเป็นแบบนี้อยู่อีกสักระยะเวลาหนึ่ง จึงส่งผลให้เข่า และขาเด็กเริ่มเข่ากางมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงอายุ 4 ปี

จนการสร้างความยาวของจุดที่สร้างของสองฝั่งของเข่าสมดุลกัน ตลอดจนกล้ามเนื้อของขาที่ใช้ในการเดินพัฒนามากขึ้น รูปร่างเข่าที่กางก็จะค่อยลดลง และ หลังอายุ 6-7 ปีมุมของหัวเข่าก็จะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก แต่พออายุ 25 ปี ถ้าดูแลสุขภาพเข่าไม่ดีพอ มนุษย์ก็จะมีเข่าโก่งเพิ่มขึ้นvและถ้าไม่ดูแลรักษาจนอายุมากขึ้น ก็อาจจะส่งผลทำให้มีเข่าโก่งก่อนวัย และมีอาการปวดเข่าง่าย เข่าเสื่อมง่ายได้ครับ

อีกทฤษฎีหนึ่ง เป็นเรื่องของแรงดึงของกล้ามเนื้อขาทั้งด้านในและด้านนอก เป็นทฤษฎีจากหมอกระดูกเด็กที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์ของผู้เขียนเอง โดยปัจจุบันท่านได้เกษียณตัวเองในการทำงานไปแล้ว (รองศาสตราจารย์ นพ.ไพรัช ประสงค์จีน) ท่านเชื่อในช่วงที่เด็กเริ่มหัดเดินใหม่ ๆ จะพยายามกางขาทั้งสองข้างให้ฐานของฝ่าเท้ากว้างขึ้นเพื่อความมั่นคง การทำแบบนั้นย่อมส่งผลทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเดินด้านนอกออกแรงดึงกระดูกหัวเข่ามากกว่ากล้ามเนื้อขาและเข่าด้านใน ขณะที่เด็กกำลังยกขาออกก้าวเดิน และลงน้ำหนักเหยียบพื้นแต่ละข้าง จนทำให้เข่ากางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
พ่อแม่ของเด็ก ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ที่มีความกังวล ว่า เด็กตัวน้อย ๆ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข่าโก่งหรือไม่ก็อาจจะจำเป็นที่ต้องพาเด็กมาให้หมอตรวจครับ โดยคุณหมอก็ตรวจสอบอายุ มีการวัดมุมของหัวเข่า ดูการเดินของเด็ก และอาจตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติม บางคนก็จำเป็นต้อง X-Ray เพื่อดูรูปร่างของส่วนที่สร้างความยาวกระดูก ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุเกิน 2 ปีไปแล้วที่เข่ายังโก่งอยู่ และอาจจะต้องมีการนัดตรวจทุก 6 เดือน จนกว่าเด็กจะมีรูปร่างของเข่าที่ปกติตามเกณฑ์ของอายุครับ
ในบางรายที่เป็นโรคเข่าโก่งตั้งแต่เล็ก ๆ ซึ่งมักจะเป็นในเด็กบางเชื้อชาติ และน้ำหนักตัวมาก ๆ ก็จำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับ อย่าไปรอนานเกินไป เพราะจะไม่ทันการณ์

RELATED ARTICLES
เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก ตอนที่ 1
เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง และ เข่ากาง หรือ ขากาง ในเด็ก ตอนที่ 2

การผ่าตัดแก้ไข ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม ตอน 1
เมื่อพูดถึง ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าชิด หรือ เข่ารูปตัว X สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คือ ข้อเสียของขาโก่ง เข่าโก่ง หรือ อาการเข่าที่ผิดปกติ เพราะหากปล่อยอาการขาโก่ง เข่าโก่ง ไว้นานวัน จะยิ่งรักษา แก้ไขได้ยาก โดย ข้อเสียของการมีขาโก่ง เข่าโก่ง มีดังนี้








