
ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีมาก ที่คนไทยหันมาออกกำลังกาย โดยการเล่นกีฬามากขึ้น มีสถานบริการเอกชนเพื่อการบริหารร่างกายเกิดขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะ มีผู้คนที่สนใจ สมัครเป็นสมาชิก เข้าใช้บริการเพิ่มมากขึ้นมากกว่าในอดีต อย่างเห็นได้ชัด
โดยทั่วไปแล้ว การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ตามที่เรารู้อยู่แล้วครับ แต่บางครั้งการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมบางอย่าง เช่น การออกกำลังกายที่มากเกินไป (Over Training Excercise) ก็อาจจะเกิดผลเสีย เกิดโทษต่อร่างกายได้อย่างมาก และส่งผลเสียเรื้อรังอย่างคาดไม่ถึง ทำให้แทนที่จะได้ประโยชน์คือร่างกายแข็งแรงขึ้นกลับต้องเสียเวลาในการรักษา พักและฟื้นฟูร่างกาย ก่อนจะกลับมาแข็งแรงได้เหมือนอย่างเดิม
มีโรคอยู่หลายโรคที่เกิดจากการออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬาอย่างผิดวิธี ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการเกิดหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated Disc) กดทับเส้นประสาทที่ลงมาเลี้ยงหลังและขา จะทำให้ผู้ป่วยต้องปวดหลังร้าวลงขาเรื้อรัง มีอาการชาที่น่อง ต้องเสียเวลารักษาอยู่ หลายเดือนเเละบางคนก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาแบบไม่ผ่าตัด มีปัจจัยในการเล่นกีฬาบางประเภท ที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนง่ายกว่าปกติ ถึงตรงนี้บางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่า ต้องเป็นกีฬาที่มีการเล่นที่รุนแรงและหนักหน่วงเท่านั้นเช่น การเล่นรักบี้หรืออเมริกันฟุตบอล ที่ทำให้กระตุ้นทำให้เกิด แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่เรื่องของการเล่นกีฬาหนักๆเท่านั้น เพราะแม้แต่กีฬาเบาๆอย่าง กีฬากอล์ฟ ก็สามารถกระตุ้นทำให้เกิดโรคนี้ได้บ่อยๆ หรือเรื่องการขาดของเอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament) ที่อยู่ภายในหัวเข่าของเรา ก็อาจจะเกิดจากเล่นกีฬาที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรงมากนักเช่นกัน อย่างแบดบินตัน หรือ เทนนิส ที่นักกีฬาต้องวิ่งเข้า วิ่งออกไปรับลูกที่คู่ต่อสู้ตีโยกมาอย่างรวดเร็ว และบางครั้งมีการลื่นไถล มีการหยุดตัวกระทันหัน เอ็นไขว้หน้าที่ข้อเข่าจะต้องรับแรงกระชากอย่างมากสุดที่บางครั้งจะทนได้ จนเกิดการขาดขึ้นมา แต่ถ้าเรามีการเตรียมความพร้อม ของร่างกายไม่ดี ก็อาจจะไม่เกิดการขาดของเอ็นเส้นนี้ได้ ถ้าไม่ใช่ในเรื่องของความรุนแรงจากการเล่นกีฬา แล้วอะไรที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการบาดเจ็บเหล่านี้
ปัจจัยสำคัญอย่างแรก คือ การเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อที่จะใช้เล่นกีฬาแต่ละชนิดไม่ดีพอ ถ้าจะเปรียบเทียบไป เส้นใยของกล้ามเนื้อคนเรานั้น ก็เหมือนกับหนังยาง ที่สามารถที่จะยืด หรือ หดตัวได้อย่างมาก แต่เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น หรือมีความถี่ในการเล่นกีฬา ของเราน้อยลง เส้นใยกล้ามเนื่อพวกนี้ ก็จะลดทอนคุณสมบัติความสามารถการยืดหดตัวลงไป ยิ่งถ้าไม่มีการเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอด้วยแล้วละก็ ความแข็งแรงก็จะหดหายไปด้วย ทำให้เกิดโอกาสฉีกขาดของกล้ามเนื้อได้ง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะในกีฬาที่ ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างรวดเร็ว การเกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ นั้นก็มักจะเกิดขึ้นในตำแหน่งเดิมซ้ำๆครับ เนื่องจากจุดที่ขาดก็มักจะอ่อนแอมากว่าจุดอื่น ทำให้มีการอักเสบเรื้อรัง ถ้าเป็นกล้ามเนื้อที่ต้องใช้ในการเล่นกีฬาด้วยแล้วละก็จะทำให้ความสามารถในการเล่นกีฬาของคนคนนั้นด้อยลดถอยลงไปอย่างน่าใจหาย การเตรียมความพร้อม หรือการอุ่นเครื่อง จะต้องมีการ ศึกษาและเรียนรู้นะครับ ว่า เราจะต้องอุ่นเครื่องแบบไหน ถึงจะเหมาะสมกับชนิดของกีฬาที่เราเล่นอยู่ หรืออุ่นเครื่องที่กล้ามเนื้อมัดไหนก่อน และต้องทำอย่างไร ประการที่สอง คือ การเล่นกีฬาหลายชนิดนั้น ต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วยในยามว่างที่เราพักการเล่นกีฬา เราจะต้องมีการฝึกฝน บริหารกล้ามเนื้อในส่วนนั้นให้แข็งแรงอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น การตีกอล์ฟ ต้องใช้กล้ามเนื้อสะบักหลัง ต้นแขนและข้อศอกอย่างมากในการตี ถ้ามีจุดหนึ่งจุดใดที่อ่อนแอ ก็จะเกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ และอาจจะเกิดแผลเป็น หรือพังผืดเกาะอยู่ทำให้เล่นกีฬาไม่มีความสุข และลดทอนความสามารถในการเล่นกีฬาไป ประการที่สาม คือ เรื่องของวัย ในขณะที่เรายังอยู่ในวัยหนุ่มสาวนั้น เราอาจจะเล่นกีฬาที่หนักหน่วงและใช้ความว่องไวได้ โดยไม่ค่อยจะมีผลต่อข้อต่อของเรามากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยกลางคน การเลือกเล่นกีฬาที่ผิดประเภท อาจทำให้ข้อเข่าเกิดการสึกหรอ และเป็นข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย ซึ่งจะมีผลทำให้มีความลำบากการดำเนินชีวิตในบั้นปลาย ไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวไกลได้ ทั้งที่มีความพร้อมทุกอย่างยกเว้นร่างกายที่สึกหรอไปก่อน อย่างไรก็ตาม การเล่นกีฬาก็ยังมีประโยชน์ ขอให้ยึดหลักการทั้งสามข้อนี้ไปใช้ ท่านก็จะมีโอกาสบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาน้อยลง
โดยทั่วไปแล้ว การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ตามที่เรารู้อยู่แล้วครับ แต่บางครั้งการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมบางอย่าง เช่น การออกกำลังกายที่มากเกินไป (Over Training Excercise) ก็อาจจะเกิดผลเสีย เกิดโทษต่อร่างกายได้อย่างมาก และส่งผลเสียเรื้อรังอย่างคาดไม่ถึง ทำให้แทนที่จะได้ประโยชน์คือร่างกายแข็งแรงขึ้นกลับต้องเสียเวลาในการรักษา พักและฟื้นฟูร่างกาย ก่อนจะกลับมาแข็งแรงได้เหมือนอย่างเดิม
มีโรคอยู่หลายโรคที่เกิดจากการออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬาอย่างผิดวิธี ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการเกิดหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated Disc) กดทับเส้นประสาทที่ลงมาเลี้ยงหลังและขา จะทำให้ผู้ป่วยต้องปวดหลังร้าวลงขาเรื้อรัง มีอาการชาที่น่อง ต้องเสียเวลารักษาอยู่ หลายเดือนเเละบางคนก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาแบบไม่ผ่าตัด มีปัจจัยในการเล่นกีฬาบางประเภท ที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนง่ายกว่าปกติ ถึงตรงนี้บางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่า ต้องเป็นกีฬาที่มีการเล่นที่รุนแรงและหนักหน่วงเท่านั้นเช่น การเล่นรักบี้หรืออเมริกันฟุตบอล ที่ทำให้กระตุ้นทำให้เกิด แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่เรื่องของการเล่นกีฬาหนักๆเท่านั้น เพราะแม้แต่กีฬาเบาๆอย่าง กีฬากอล์ฟ ก็สามารถกระตุ้นทำให้เกิดโรคนี้ได้บ่อยๆ หรือเรื่องการขาดของเอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament) ที่อยู่ภายในหัวเข่าของเรา ก็อาจจะเกิดจากเล่นกีฬาที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรงมากนักเช่นกัน อย่างแบดบินตัน หรือ เทนนิส ที่นักกีฬาต้องวิ่งเข้า วิ่งออกไปรับลูกที่คู่ต่อสู้ตีโยกมาอย่างรวดเร็ว และบางครั้งมีการลื่นไถล มีการหยุดตัวกระทันหัน เอ็นไขว้หน้าที่ข้อเข่าจะต้องรับแรงกระชากอย่างมากสุดที่บางครั้งจะทนได้ จนเกิดการขาดขึ้นมา แต่ถ้าเรามีการเตรียมความพร้อม ของร่างกายไม่ดี ก็อาจจะไม่เกิดการขาดของเอ็นเส้นนี้ได้ ถ้าไม่ใช่ในเรื่องของความรุนแรงจากการเล่นกีฬา แล้วอะไรที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการบาดเจ็บเหล่านี้
ปัจจัยสำคัญอย่างแรก คือ การเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อที่จะใช้เล่นกีฬาแต่ละชนิดไม่ดีพอ ถ้าจะเปรียบเทียบไป เส้นใยของกล้ามเนื้อคนเรานั้น ก็เหมือนกับหนังยาง ที่สามารถที่จะยืด หรือ หดตัวได้อย่างมาก แต่เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น หรือมีความถี่ในการเล่นกีฬา ของเราน้อยลง เส้นใยกล้ามเนื่อพวกนี้ ก็จะลดทอนคุณสมบัติความสามารถการยืดหดตัวลงไป ยิ่งถ้าไม่มีการเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอด้วยแล้วละก็ ความแข็งแรงก็จะหดหายไปด้วย ทำให้เกิดโอกาสฉีกขาดของกล้ามเนื้อได้ง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะในกีฬาที่ ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างรวดเร็ว การเกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ นั้นก็มักจะเกิดขึ้นในตำแหน่งเดิมซ้ำๆครับ เนื่องจากจุดที่ขาดก็มักจะอ่อนแอมากว่าจุดอื่น ทำให้มีการอักเสบเรื้อรัง ถ้าเป็นกล้ามเนื้อที่ต้องใช้ในการเล่นกีฬาด้วยแล้วละก็จะทำให้ความสามารถในการเล่นกีฬาของคนคนนั้นด้อยลดถอยลงไปอย่างน่าใจหาย การเตรียมความพร้อม หรือการอุ่นเครื่อง จะต้องมีการ ศึกษาและเรียนรู้นะครับ ว่า เราจะต้องอุ่นเครื่องแบบไหน ถึงจะเหมาะสมกับชนิดของกีฬาที่เราเล่นอยู่ หรืออุ่นเครื่องที่กล้ามเนื้อมัดไหนก่อน และต้องทำอย่างไร ประการที่สอง คือ การเล่นกีฬาหลายชนิดนั้น ต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วยในยามว่างที่เราพักการเล่นกีฬา เราจะต้องมีการฝึกฝน บริหารกล้ามเนื้อในส่วนนั้นให้แข็งแรงอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น การตีกอล์ฟ ต้องใช้กล้ามเนื้อสะบักหลัง ต้นแขนและข้อศอกอย่างมากในการตี ถ้ามีจุดหนึ่งจุดใดที่อ่อนแอ ก็จะเกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ และอาจจะเกิดแผลเป็น หรือพังผืดเกาะอยู่ทำให้เล่นกีฬาไม่มีความสุข และลดทอนความสามารถในการเล่นกีฬาไป ประการที่สาม คือ เรื่องของวัย ในขณะที่เรายังอยู่ในวัยหนุ่มสาวนั้น เราอาจจะเล่นกีฬาที่หนักหน่วงและใช้ความว่องไวได้ โดยไม่ค่อยจะมีผลต่อข้อต่อของเรามากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยกลางคน การเลือกเล่นกีฬาที่ผิดประเภท อาจทำให้ข้อเข่าเกิดการสึกหรอ และเป็นข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย ซึ่งจะมีผลทำให้มีความลำบากการดำเนินชีวิตในบั้นปลาย ไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวไกลได้ ทั้งที่มีความพร้อมทุกอย่างยกเว้นร่างกายที่สึกหรอไปก่อน อย่างไรก็ตาม การเล่นกีฬาก็ยังมีประโยชน์ ขอให้ยึดหลักการทั้งสามข้อนี้ไปใช้ ท่านก็จะมีโอกาสบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาน้อยลง
