
เมื่อพูดถึง ขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าชิด หรือ เข่ารูปตัว X สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คือ ข้อเสียของขาโก่ง เข่าโก่ง หรือ อาการเข่าที่ผิดปกติ เพราะหากปล่อยอาการขาโก่ง เข่าโก่ง ไว้นานวัน จะยิ่งรักษา แก้ไขได้ยาก โดย ข้อเสียของการมีขาโก่ง เข่าโก่ง มีดังนี้

ข้อเสียของการมี ขาโก่ง เข่าโก่ง
1. กระดูกอ่อนที่ผิวข้อด้านในอาจจะสึกเร็วกว่าปกติ (Medial Compartment knee Joint Destruction)
น้ำหนักตัวที่กดลงมาข้อเข่าที่โก่ง จะไม่ถูกกระจายไปที่ผิวข้ออย่างที่ควรจะเป็นครับ แต่จะกระจุกตัวอยู่ที่ฝั่งด้านในของเข่าทั้งสองข้าง เมื่อแรงกระเทือนที่ข้อเข่าเกิดขึ้นซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ หน (คนเราเดินเฉลี่ยวันละ 5,000-8,000 ก้าว)
บวกกับปัจจัยเสี่ยงที่เจ้าของข้อเข่ามีอายุเพิ่มขึ้นทุกปี แต่มีกล้ามเนื้อต้นขาที่อ่อนแอลงไป กระดูกอ่อน (cartilage cell) ที่ผิวสัมผัสของข้อเข่าก็จะรับแรงกระเทือนนี้ต่อไปไม่ไหว จนกระดูกอ่อน ฝั่งนี้สึกกร่อนมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อเข่าก็จะเอียง แถมมีผลสมทบทำให้มุมเข่าโก่ง แล้วเพิ่มมากขึ้นเข้าไปอีก แรงกดที่กระดูกอ่อนฝั่งด้านในจึงเพิ่มขึ้นทุกปีเป็นเงาตามตัว เป็นวงจรแบบนี้ไม่รู้จบ จนผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวด บวมเข่าให้เห็น สุดท้ายจึงเริ่มมีอาการของ โรคข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย (Knee Osteoarthritis in Young Adult)

2. การเสียเปรียบเชิงกลของกล้ามเนื้อข้อเข่า
เมื่อเปรียบเทียบกันในด้านกลศาสตร์ในการเดินแต่ละก้าวของคนเรา คนที่ เข่าโก่ง พวกเขาจะต้องใช้แรงที่กล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps Muscle) ในการก้าวเดิน หรือ ก้าวขึ้นบันไดมากกว่าคนที่มีรูปร่างของเข่าตรงครับ ทางการแพทย์รู้มานานแล้วว่ากล้ามเนื้อต้นขามัดนี้มีความสำคัญต่อการเดินและต่อโรคข้อเข่าเสื่อมมาก
ถ้าแนวแรงในการดึงกระดูกบริเวณข้อเข่าของกล้ามเนื้ออยู่ในแนวตรง แรงต้านก็จะน้อยไม่ต้องใช้แรงมาก การยกขาก้าวเดินออกไปจึงทำได้ง่ายเหมือนไม่ได้ออกแรง แต่ถ้า เข่าโก่ง ในการก้าวเดินแต่ละก้าว กล้ามเนื้อต้นขาจะต้องออกแรงดึงลูกสะบ้าอย่างหนัก แรงเสียดสีที่เกิดลูกสะบ้ากดลงบนข้อเข่าเวลามีการเหยียดและงอเข่าจะเพิ่มมากขึ้น กระดูกอ่อนระหว่างลูกสะบ้ากับกระดูกต้นขาก็จะสึกหรอและอักเสบได้ง่ายนั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่คน เข่าโก่ง เดินไกล ๆ นาน ๆ จะมีอาการเหนื่อยเร็วกว่า และมีอาการปวดรอบ ๆ กระดูกสะบ้าในเวลากลางคืนครับ

3. คนที่ข้อเข่าโก่งจะมีโอกาสที่เอ็นเข่าด้านในอักเสบ ปวดเรื้อรังง่ายกว่า
แรงกระเทือนที่เกิดจากการเดินธรรมดา แต่ลงที่มาข้อเข่าจะถูกเคลื่อนจากกึ่งกลางข้อเข่ามากระจุกรวมตัวกันที่ด้านใน แรงกระเทือนจุดนี้จึงมีมากกว่าปกติ ทำให้อวัยวะในบริเวณนี้ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง นอกจากจะมีผลทำให้เกิดความเสียหายที่กระดูกอ่อน ตามข้อที่ 1 แล้ว ยังส่งผลทำให้เอ็นรอบๆเข่าอักเสบได้ง่าย แต่หายยากครับ บางคนจึงต้องทานยาแก้อักเสบ แก้ปวด ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ ซึ่งก็อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงของยาต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว เช่น เป็นโรคกระเพาะ หรือ ภาวะไตวาย

4. ข้อต่อส่วนอื่นๆจะมีรูปร่างผิดปกติตามมา (Malalignments of other Joints)
ที่เห็นได้ชัดเวลาผู้ป่วยเข่าโก่ง ยืนตรงหันหน้าเข้าหากระจก เราจะเห็นรูปร่างของข้อเท้าที่ต้องบิดตัวกลับ รับกับข้อเข่าที่โก่งมากขึ้น ถ้าไม่มีการปรับตัวมุมของข้อเท้า ผู้ป่วยจะเดินไม่ถนัดครับ แต่การปรับตัวของมุมข้อเท้าแบบนี้ ไม่ใช่ของธรรมชาติครับ เวลาเดินก็จะมีการกระเทือนข้อเท้ามากกว่าปกติ และเกิดปัญหา กระดูกข้อเท้าสึกและเสื่อมตามมา

หมายเหตุ : ภาพที่แสดงทั้งหมดเป็นภาพของผู้ป่วยของ นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา
รูปร่างของคนแตกต่างกันตามเชื้อชาติ ช่วงขาของคนเอเซีย อาจจะเสียเปรียบคนยุโรป ตรงที่โก่งกว่า และสั้นกว่า อย่างในประเทศญี่ปุ่น หรือไทย เราจะเห็นผู้คนมากมาย หลายครั้งที่มีหน้าตาและรูปร่างส่วนบนสมส่วนดี แต่เมื่อมองช่วงขา และเข่า ก็ต้องประหลาดใจ ที่เห็นรูปร่างของเข่าที่โก่งและคด อย่างชัดเจน
ตัวอย่างภาพผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งจาก การผ่าตัดแบบ MHTO ทั้งสองข้างพร้อมกัน


การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าคด ด้วยวิธี MHTO

ก่อน – หลัง การผ่าตัดแก้ไขขาโก่ง เข่าโก่ง เข่าเสื่อม เข่าคด ด้วยวิธี MHTO



ตัวอย่างผู้ที่ผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่งเข่าชิด
คุณรติรัตน์ ไพรัตน์ จาก ประเทศรัสเซีย ตอนที่ 1
คุณรติรัตน์ ไพรัตน์ จาก ประเทศรัสเซีย ตอนที่ 2
ตัวอย่างภาพผู้ที่ผ่าตัดแก้ไขเข่าโก่ง เข่าชิด
อัลบั้ม 1
อัลบั้ม 2
บทความที่เกี่ยวข้อง การผ่าตัดแก้ไข้ ขาโก่ง หรือ เข่าโก่ง (เข่าเสื่อม)



