
2. การมีเวลานั่งคุยกัน (Counseling) รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
ทุกวันนี้เวลาผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลของรัฐ ยังไม่ได้นั่งเอาก้นแตะพื้นเก้าอี้เลย แพทย์ก็เขียนใบสั่งยาเรียบร้อยแล้ว และแพทย์ก็ไม่สามารถที่จะนัดดูผู้ป่วยในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อติดตามผลการักษาอย่างใกล้ชิดได้ เพราะกลัวว่าคนไข้จะล้นโรงพยาบาลมากกว่านี้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า เวลาขอดูยาของคนไข้ที่มาจากโรงพยาบาลของรัฐ มักจะพบว่า ได้ยาแก้อักเสบมาทานเป็นเดือน ๆ หลาย ๆ ถุง แต่ก็ต้องให้ความเห็นใจ และเข้าใจแพทย์ที่เสียสละทำงานให้กับโรงพยาบาลของรัฐนะครับ ตรวจคนไข้วันละ 70-100 คน โดยบางครั้งไม่ได้ทานข้าวกลางวัน แพทย์บางคนกว่าจะตรวจเสร็จในแต่ละวัน ก็ปาเข้าไป สาม ถึง สี่โมง ค่าตอบแทนก็ไม่ได้มากเท่ากับข้าราชการวิชาชีพพิเศษอื่นที่มีความรับผิดชอบมากใกล้เคียงกัน แพทย์ที่สามารถทนทำงานกับสภาพแบบนี้ได้ จึงเป็นผู้ที่เสียสละ และมีความสุขตามอัตภาพครับ
การนั่งคุยกัน คือ วิธีการที่จะสืบค้นถึงต้นตอการก่อโรคของข้อเข่าเสื่อม ในแต่ละคน ซึ่งจะมีไม่เหมือนกัน ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่า การนั่งคุยกันอย่างนี้ เป็นวิธีการ รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ที่ได้ผลมากที่สุดครับ บางครั้งก็เหมือนเส้นผมบังภูเขาที่ผู้ป่วย และญาติมองไม่เห็น ต้องพึ่งแพทย์เป็นผู้ชี้ทางออก เพราะพฤติกรรม บางอย่างของคนไข้เองนั่นแหละครับ ที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้ ข้อเข่าเสื่อมทรุดหนักเร็วขึ้น เช่นบางคนอาจจะเดินขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ วันละหลายเที่ยว ข้อเข่าที่จะถูกเสียดสีมากทุกครั้งที่มีการใช้งานลักษณะนี้ก็จะผุพังเร็วขึ้น บางคนชอบซื้อของ และหิ้วของหนัก ๆ ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่จำเป็น ของใช้บางอย่างในกระเป๋าบางสิ่งก็ไม่ได้หยิบมาใช้ครับ แต่ก็ทนหิ้วไปเรื่อย ๆ ทุกวัน เปรียบเหมือนเราขับรถที่บันทุกของหนักตลอดเวลา นอกจากจะเปลืองน้ำมันรถแล้ว ช่วงล่างของรถก็จะทรุดและพังเร็วขึ้น ต้องเปลี่ยนอะไหล่บ่อย ๆ เหล่านี้ครับ ถ้าไม่มีเวลานั่งคุยกัน แพทย์ก็คงไม่สามารถแนะนำให้ท่านแก้ปัญหาได้ เวลาที่ผู้ป่วยและญาติเวลาเข้าไปพบแพทย์ จึงไม่ใช่การนั่งมองหน้าคุณหมออย่างเดียว ครับ มีคำถามอย่าเกรงใจ และใช้เวลาในการเข้าพบแพทย์ให้คุ้มค่า

การเรียนรู้ปัญหาร่วมกันของผู้ป่วย ญาติ และแพทย์ผู้รักษา จะกลายเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ ที่จะแก้ปัญหาโดยตัวผู้ป่วยเองเปรียบเหมือนกับเราปล่อยให้เด็กตัวเล็กที่หัดเดินแล้วล้มลง เพียงแต่รอเวลาให้เด็กต้วน้อยมีกำลังลุกขึ้นเองโดยที่เราไม่ต้องรีบเข้าไปช่วยพยุงตัว เด็กก็จะเดินเองได้ อย่างรวดเร็ว
สรุป สิ่งที่เราจะได้จากการที่มีเวลานั่งคุยกัน ในห้องตรวจ มีดังนี้
- ได้ทราบถึงปัจจัยก่อโรคของผู้ป่วยที่ซ่อนอยู่โดยที่ผู้ป่วยเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเอง เช่น การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป การนั่งยอง ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ หรือการทานยาแก้อักเสบติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน ๆ
- นำสิ่งที่เป็นต้นเหตุย้อนกลับมาถามผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักถึงสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และจะต้องแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรรม เพื่อทำให้การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ให้ญาติได้มีส่วนร่วมในการรับฟัง และรู้เรื่องของผู้ป่วยเพราะบางครั้งผู้ป่วยต้องความช่วยเหลือ ความเข้าใจที่อยู่ใกล้ตัวภายในบ้านของตัวเอง เพื่อจะเป็นสะพานก้าวข้าม ในการรักษาโรคนี้ ที่น่าแปลกใจ ก็คือมีญาติผู้ป่วยบางคนที่อยู่บ้านเดียวกัน โดยเฉพาะลูกชายแทบจะไม่ได้รู้เรื่องข้อมูลของผู้ป่วยที่ เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมานาน การที่มีญาติมีความรู้เรื่องสุขภาพมากขึ้น จะช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับแพทย์อีกแรง ในการควบคุมพฤติกรรมก่อโรคของผู้ป่วยเอง และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ยามที่ผู้ป่วยต้องการ

บทความที่เกียวข้อง
การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 1
การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 2
การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 3
